การยกเลิกการแปรรูป กฟผ. จากคำสั่งศาลปกครอง เป็นเรื่องที่เรียกได้ว่า "สวรรค์มีตา" เป็นเพราะรัฐบาลนี้ยังไม่ได้เป็นเจ้าของศาลปกครอง สิ่งนี้เป็นผลพวงมาจากการไม่เคารพและรักษากติกาประชาธิปไตย (ที่นอกเหนือจากการเลือกตั้ง) ของรัฐบาลรักษาการณ์ชุดนี้ ในแง่ที่ว่าไม่ถามไถ่ประชาชน ไม่สนใจเสียงคัดค้าน (ที่เป็นหนึ่งในกระบวนการประชาธิปไตย) เร่งเดินหน้าทั้งที่ทุกอย่างยังไม่เรียบร้อย ซ้ำร้ายยังมีผลประโยชน์ทับซ้อนของคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งบริษัท ยังเป็นคณะกรรมการผู้ถือหุ้นใหญ่ของ AIS อีกต่างหาก
ทุกวันนี้ต่าง ฝ่ายต่างอ้างประชาธิปไตยไม่ลดละ ใครไม่รู้เรื่องว่าประชาธิปไตยคืออะไรก็ตามเสียงพวกนักการเมืองต่อไปแบบไม่ รู้อิโหน่อิเหน่ สำหรับคนๆ นี้ (ไม่อยากเอ่ยชื่อเลยพับเผื่อย) ที่ไม่สนใจหลักการประชาธิปไตยมาก่อนเลย มาวันนี้ก็อ้างว่าทำเพื่อประชาธิปไตย "รักประชาธิปไตย ไม่ทำลายระบอบประชาธิปไตยต้องไปเลือกตั้ง ส่วนพวกนอกกติกาแถวสนามหลวง ไม่ใช่ประชาธิปไตย" ที่น่าปวดหัว ปวดกระโหลก พวกลูกหาบ ก็ร่ายมนต์คำเดียวกันนี้ตลอดเวลาที่มีไมค์จ่อปาก
ช่วงนี้เริ่มมีคำสั ่งศาลที่เป็นผลดีกับพันธมิตรฯ ออกมาเรื่อยๆ ตั้งแต่คดี สุภิญญา กลางนรงค์ จนมาถึงกรณี กฟผ. จะมีการเปิดแผลด้วยกระบวนการตาม กติกา ออกมาอีกเรื่อยๆ แต่ "กู ก็จะยังไม่ออก" อีก เชื่อเต๊อะ
26 มี.ค. 2549
MrsJan
26 มีนาคม 2549
25 มีนาคม 2549
ไม่ทันเลือกตั้ง
สุดท้ายแล้วถึงวันนี้ มองตามรูปการณ์แล้วอาจจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 2 เพราะ "อั๊ว ไม่ออก" หนักแน่น หนาทนทานดีเหลือเกิน งานนี้อยากไปใช้สิทธิมาก แต่ไม่ทันแจ้งสิทธิออกเสียงล่วงหน้า เนื่องจากไม่มีประสบการณ์ อยู่ต่างถิ่นช่วงเลือกตั้งมาก่อน จะให้กลับไปก็ไม่สะดวก เอาเป็นว่ารอไปเลือก ส.ว. ที่จะตามเลยเลยละกัน งานนี้ต้องไม่พลาด เดี๋ยวจะเสียสิทธิทางการเมืองไปอีก 4 ปีการเลือก ตั้งล่วงหน้าให้ไปแจ้งเหตุต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 7 วัน และสำหรับใครที่พลาดการเลือกตั้งครั้งนี้แล้วไม่อยากเสียสิทธิทางการเมือง หลังจากวันเลือกตั้ง 30 วัน จะมีการประกาศรายชื่อผู้ไม่ไปใช้สิทธิ ให้ไปแจ้งเหตุต่ออำเภอหรือเทศบาลภายใน 60 วันหลังจากวันประกาศ จะได้ไม่เสียสิทธิทางการเมือง 8 ประการ ไปอีกจนกว่าจะถึงเลือกตั้งครั้งหน้า
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
www.ect.go.th
25 มี.ค. 2549
MrsJan
22 มีนาคม 2549
พลังบริสุทธิ์ที่สวนจตุจักร
สองนคราประชาธิปไตยที่ส่งผลรุนแรงที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก็คราวนี้แหละ ต่างฝ่ายต่างก็เป็นพลังบริสุทธิ์ด้วยกันทั้งสิ้น (ขอเหมารวมเอาเฉพาะที่บริสุทธิ์จริงๆ ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง) ทั้งม็อบจตุจักรและม็อบสนามหลวง ล้วนแล้วแต่เรียกร้องสิ่งที่ตัวเองเห็นว่าถูกต้องและสมควรทำ
คนจนๆ จะเลือกได้หรือว่าจะให้ประเทศไปทางไหน ขอแค่ทางไหนก็ได้ที่ทำให้พวกเค้า ดูแลมีความหวังขึ้นมาบ้าง ในขณะที่คนมีอันจะกินที่สนามหลวง ย่อมมองห่วงไปข้างหน้าในสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น ประชาธิปไตย อนาคตลูกหลาน อนาคตประเทศไทย จริยธรรม เพราะตัวเอง ณ.ปัจจุบัน ไม่เดือดร้อนเรื่องปากท้องแล้ว
พวกเรา (ชนชั้นกลาง) หรือ โลกาภิวัฒน์ กันแน่ที่ทำให้คนอีกกลุ่มหนึ่งที่จตุจักรไม่มีทางเลือก การพัฒนาที่ผิดทิศผิดทางมาตั้งแต่ต้นและมาหนักสุดๆ ก็ในยุคนี้ ที่หัวหน้ารัฐบาลเองยังยอมศิโรราบต่อทุนและอ้าแขนต้อนรับโลกาภิวัฒน์อย่างหน ้าชื่น
ความแตกต่างจริงๆ ของความแตกแยกในครั้งนี้ เรื่องความรู้และการเข้าถึงข่าวสารไม่เท่าเทียมกันนั้นเป็นปัจจัยหนึ่ง ส่วนอีกปัจจัยคือทางเลือกอันน้อยนิดของกลุ่มคนระดับล่างที่มารวมตัวกันที่จต ุจักร ทั้งม็อบแทกซี่และม็อบมอเตอร์ไซต์รับจ้าง
ยอมรับว่าไม่เคยมีรั ฐบาลไหนได้ให้โอกาสทางเลือก ให้กับพวกเค้าได้มากเท่านี้มาก่อน ทั้งทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งทุน ทางเลือกในการรักษาพยาบาล ทางเลือกในการศึกษา และ อื่นๆ
นอกเหนือจากความรู้ความเข้าใจแล้ว เราควรจะพาเขาออกจากปัญหาปากท้องให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรกใช่หรือไม่ พวกเราสบายกันพอแล้วหรือยัง
22 มี.ค. 2549
MrsJan
คนจนๆ จะเลือกได้หรือว่าจะให้ประเทศไปทางไหน ขอแค่ทางไหนก็ได้ที่ทำให้พวกเค้า ดูแลมีความหวังขึ้นมาบ้าง ในขณะที่คนมีอันจะกินที่สนามหลวง ย่อมมองห่วงไปข้างหน้าในสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น ประชาธิปไตย อนาคตลูกหลาน อนาคตประเทศไทย จริยธรรม เพราะตัวเอง ณ.ปัจจุบัน ไม่เดือดร้อนเรื่องปากท้องแล้ว
พวกเรา (ชนชั้นกลาง) หรือ โลกาภิวัฒน์ กันแน่ที่ทำให้คนอีกกลุ่มหนึ่งที่จตุจักรไม่มีทางเลือก การพัฒนาที่ผิดทิศผิดทางมาตั้งแต่ต้นและมาหนักสุดๆ ก็ในยุคนี้ ที่หัวหน้ารัฐบาลเองยังยอมศิโรราบต่อทุนและอ้าแขนต้อนรับโลกาภิวัฒน์อย่างหน ้าชื่น
ความแตกต่างจริงๆ ของความแตกแยกในครั้งนี้ เรื่องความรู้และการเข้าถึงข่าวสารไม่เท่าเทียมกันนั้นเป็นปัจจัยหนึ่ง ส่วนอีกปัจจัยคือทางเลือกอันน้อยนิดของกลุ่มคนระดับล่างที่มารวมตัวกันที่จต ุจักร ทั้งม็อบแทกซี่และม็อบมอเตอร์ไซต์รับจ้าง
ยอมรับว่าไม่เคยมีรั ฐบาลไหนได้ให้โอกาสทางเลือก ให้กับพวกเค้าได้มากเท่านี้มาก่อน ทั้งทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งทุน ทางเลือกในการรักษาพยาบาล ทางเลือกในการศึกษา และ อื่นๆ
นอกเหนือจากความรู้ความเข้าใจแล้ว เราควรจะพาเขาออกจากปัญหาปากท้องให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรกใช่หรือไม่ พวกเราสบายกันพอแล้วหรือยัง
22 มี.ค. 2549
MrsJan
"โทษของการทุบหม้อข้าวคือตายสถานเดียว"

กลายเป็นข่าวใหญ่หน้าหนึ่งทันที ข่าวคนบ้าทุบพระพรหมโรงแรมเอราวัณ น่าสังเกตว่าทุกคนออกมาแสดงความตกใจกันยกใหญ่ ไหนจะเร่งสร้างให้เสร็จใน 2 เดือน อู่ข่าวอู่น้ำถูกทำลาย สิ่งที่คนนับหน้าถือตาถูกทำลายลง ไหนจะนักท่องเที่ยวหมุนเวียนมาสักการะบูชาเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ฯลฯ
ยอดบริจาคศาลพระพรหมนี้เป็นเงินร้อยๆ ล้าน รูปปูนปั้นที่ไม่มีชีวิตจิตใจแต่กลับครอบงำคนที่มีชีวิตจิตใจให้กลายเป็นเหม ือนสิ่งไม่มีชีวิตที่คิดแยกแยะอะไรไม่ได้ ขาดสติถึงขั้นลงมือฆ่าคน จะด้วยเหตุผลลึกๆ อะไรไม่รู้ หลายคนในข่าวหรือผู้เกี่ยวข้องแทบไม่ได้เอ่ยถึงคนที่ได้ตายไปอย่างอนาถเลย แถมยังมีความเห็นลักษณะว่าคนทำก็ได้รับกรรมไปแล้ว
รูปปูนปั้นสามารถเนรมิตรใหม่ได้ภายใน 2 เดือน แต่ชีวิตคนนั้นไม่มีวันกลับคืน กรรมของการทำลายรูปปูนปั้นคือความตายอย่างนั้นหรือ
22 มี.ค. 2549
MrsJan
20 มีนาคม 2549
"~นี่คือทักษิณ ขอแทนบุญคุณแผ่นดิน~" (Speech)

ว ันนี้รีบกลับบ้านไปดูการปราศรัยหาเสียงของพรรคการเมืองที่ลงเล่นอยู่พรรค เดียว เล่นเอง ชงเอง ไม่มีใครเล่นด้วย ขณะเดินทางกลับผ่านหมู่บ้านมีการเกณฑ์ ชาวบ้านขึ้นรถกระบะกันไปเป็นคันรถ สอบถามคนที่หมู่บ้านจะแลได้ความว่าปกติเค้าจะจ่ายให้คนละ 200 มาฟังปราศรัย ภายในงานเหมือนงานวัดย่อมๆ ส่วนใหญ่มีแต่ชาวบ้าน ชาวเขา ชาวดอย หลายคนถือธงชาติ เด็กน้อยก็ถือธงชาติ โบกธงชาติ ส่วนอีกด้าน 1 ม็อบสนามหลวงก็ใช้ธงชาติ ใส่เสื้อ ผ้าคาดหัว กู้ชาติ ดูเหมือนทั้ง 2 ฝ่าย จะใช้งานเจ้าชาตินี้กันพร่ำเพรื่อเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ถ้าต่างฝ่ายต่างรักชาติแล้วจะมีใครไม่รักชาติล่ะ
นโยบายไม่มีอะไร ก็มีแต่แจกกับแจกเช่นเดิม เสียดายงานนี้ท่านอู้คำเมือง ฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าไร ได้ยินบางประโยคจับใจความได้ว่า "จะแจกโน็ตบุ๊คให้เด็กนักเรียนใช้ไฮเทคกันถ้วนหน้า ผมอยากให้พี่น้องมีเงินใช้"
ผมดูแล้วเป็นการหาเสียงที่ประหลาดที่สุด ในประวัติศาสตร์ เพราะในขณะเดียวกันก็โดนโห่ไล่อยู่ที่กรุงเทพ แต่ยังเดินหน้าหาเสียงอยู่ได้พรรคเดียวอย่างหน้าตาเฉย
วันนี้อ่านงาน สัมภาษณ์ของหมอเลี้ยบ 1 ในคนเดือนตุลา ที่ถูกหลายฝ่ายตรีตราว่าเป็นลิ่วล้อไปเสียแล้ว บางทีก็ไม่เข้าใจว่าคนเหล่านี้คิดอะไรหรือมีอะไรที่เราไม่รู้ ผมไม่เชื่อว่าอุดมการณ์คนเราจะเปลี่ยนกันได้ง่ายๆ เพราะ ท่านก็ยังยืนยันไม่แปรเปลี่ยนว่าได้ทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่นและถูกต้อง ถ้าเป็นทักษิณผมอาจจะไม่เชื่อเพราะไม่เคยมีอุดมการณ์อะไรกับเค้าอยู่แล้ว และนี่คือด้านบวกที่ผมเอามากลบด้านลบให้ได้บ้างอย่างน้อยในความเป็นทรราชก็ย ังมีเครดิตของคนเดือนตุลาอยู่ข้างกาย
ผมเอาบางท่อนของเพลงที่เค้าใช้ เปิดตอนเลิกมาฝาก "~นี่คือทักษิณ ขอแทนบุญคุณแผ่นดิน ... ไม่เคยจะท้อ แม้โดนใส่ร้ายยยย อดทนไว้ สู้ต่อไป คนของแผ่นดิน~"
แต่งโดยพี่กี้ อริสมันต์
-_-'
20 มี.ค. 2549
MrsJan
"ประเทศนี้ยังพอมีหวัง" (Hope)
แต่ก่อนผมเคยคุยกับแม่ว่า ถ้ายุคต่อสู้ทาง สังคม การเมืองและความอยุติธรรมทั้งหลายหมดไปแล้ว คนรุ่นใหม่ๆ ในยุคนี้ จะมีเหลืออยู่อีกสักเท่าไรกัน เท่าที่เห็น ณ.เวลานี้แทบไม่เหลือแต่ ผมคงจะมองที่ผิดไปอย่างมาก ที่เราไม่เห็นมันเพราะเหตุการณ์ยังไม่เกิดจึงดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ที่ไหนได้ จำนวนพลังเงียบทั้งหลายแหล่กำลังผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันออกมาไล่ทรราชกัน ถ้วนหน้า การตรวจสอบทางสื่อหนังสือพิมพ์ก็ยังเข้มข้น
เป็นภาพที่น่าย ินดีและคงจะทำให้คนเก่าๆ ในยุคก่อนนี้ที่กำลังจะโรยราได้กลับมามีชีวิตชีวาและมีความหวังขึ้นมาอีก ครั้งหนึ่ง อย่างน้อยก็จากไปอย่างสบายใจ ถึงผมจะยังไม่ถึงวัยนั้นแต่ก็รู้สึกโล่งอกโล่งใจเป็นอย่างยิ่ง ที่อย่างน้อยประเทศนี้ยังไม่สิ้นการตรวจสอบ ถึงแม้ว่าการตรวจสอบตามกติกาจะอ่อนแรงลงก็ตาม ทายาทของบุคคลเหล่านั้นก็จะยังต้องสืบต่อไปอีก ตราบนานเท่านาน
แม่ผมบอกว่า "เธอไม่ต้องไปยุ่งกับมันหรอก มันยังมีคนทำอีกเยอะหล่ะ เชื่อเหอะ"
ภาพข่าวจาก
www.matichon.co.th
20 มี.ค. 2549
MrsJan
19 มีนาคม 2549
ย้อนรอยคำพูดตอนขายชินฯ (Tracking)
นึกย้อนมาได้ก็เขียนซะหน่อย เป็นโจ๊กจากเรื่องจริงตอนก่อนขายชินคอร์ป นักข่าวพยายามสัมภาษณ์เกี่ยวกับการขายหุ้นชิน ท่านว่า "ไม่รู้ ผมไม่ทราบ เป็นเรื่องของลูกๆ ไม่รู้ ไม่เห็น"
แต่หลังการขาย "ไม่มีอะไรเสียหาย เป็นเรื่องของการทำธุรกิจ การขายถูกต้องตามกฏหมายทุกประการ มันเป็น capital gain tax ใครๆ เค้าก็ทำกัน ไม่ต้องเสียภาษี ผมเล่นตามกติกา blah blah blah" (ทียังงี้แล้วรู้เชียว)
มีวันนึงท่านบอก "ลูกๆ เค้าคิดกันมานานแล้ว อยากให้ผมออกจากผลประโยชน์ทับซ้อน ทำงานการเมืองอย่างเดียว" (ฟังแล้วน้ำตาแทบร่วง) ในขณะที่ไปถามลูกโอ๊ค ลูกแสนกตัญญูของท่านตอบว่า "ผมไม่ทราบเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่บอกขายผมก็ขาย"
น่ารักนะครับครอบครัวนี้
ค้นหารูปภาพจาก
google.com
19 มี.ค. 2549
MrsJan
"สอนให้ชั่วกันทั้งโคตร"

อันที่จริงวันนี้จะเขียนถึงหนังสือ สอน...ให้รวย แต่พอดีเขียนถึงเรื่องประกันสังคมแล้วนึกขึ้นได้เลยนอกเรื่องไป
วันนี้ไปร้านหนังสือไปสะดุดเจอรูปคนแก่หัวหงอก หน้าตา ชื่อชั้นคุ้นๆ เพราะแกดันไปพัวพันกับตระกูลชินวัตร ทำให้ต้องหยุดดู นายคนนี้ชื่อ "สุวรรณ วลัยเสถียร" คุ้นๆ มั้ย ก็เจ้าโฆษกตระกูลชินวัตร ที่เค้าบอกว่า "วันนี้ผมไม่ได้รับอนุญาตให้พูดเรื่องจริยธรรม" คำๆ นี้มันเจ็บแสบนัก เป็นการยอมรับกลายๆ ว่า "อันตัวกรูนี้นั้นไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้านายให้พูดเรื่องจริยธรรมเพราะตัวเจ ้านายกรูมันไม่มี ตัวกรูเองก็พูดไม่ได้เพราะไม่มีเช่นเดียวกัน"
ในตัวหนังสือเองมีเนื้อหาบางตอนแสดงวิธีการฉ้อฉลอย่างถูกต้องตามกฏหมายทุกประการ (เอ๊ะ คำนี้คุ้นๆ อีกแล้ว) วันนี้ก็พอเหมาะพอดีไปอ่านเจอเรื่องเกี่ยวกับ ข้อสอบ ภาคเรียนที่ 2 ปี 2548 คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ พอดี มีข้อนึงเค้าว่า
ดร. สุวรรณ วลัยเสถียร โฆษกและที่ปรึกษาภาษีตะกูลชินวัตร ผู้เขียนหนังสือ "พ่อสอนให้ลูกรวย" "สอนภรรยาให้รวย" "สอนเพื่อนให้รวย" ซึ่งมีเนื้อหาส่วนหนึ่งเป็นเรื่องการสอนวิธีหลีกเลี่ยงภาษี เช่น ถ้าคุณย้ายรายได้ส่วนหนึ่งไปให้กับตัวเด็ก คุณก็จะประหยัดภาษีเงินได้ เช่น
"... ในกรณีที่ลูกของคุณโตพอ ราวอายุสัก 18 ปี คุณก็ให้ลูกเข้าเป็นหุ้นส่วนในห้างในรูปคณะบุคคล เงินรายได้ของห้างนี้ก็จะไม่เข้ามารวมเป็นรายได้ของคุณและช่วยให้คุณไม่ต้อง เสียภาษี..." (พ่อสอนลูกให้รวย, หน้า 88)
"คุณเป็นคนที่รายได้ปีละ 10 ล้านบาท หากปล่อยให้เงินได้ทั้งหมดเป็นรายได้ ของตัวคุณ คุณต้องเสียภาษี 37% อย่างแน่นอน แต่ถ้าคุณแยกกระจายรายได้เป็น 2 คณะบุคคล เพื่อว่าตัวคุณมีรายได้ 4 ล้านบาท คณะบุคคลที่ 1 ได้ 3 ล้านบาท และคณะบุคคลที่ 2 ได้อีก 3 ล้านบาท ก็จะทำให้คุณเสียภาษีลดลงได้เกือบครึ่งหนึ่ง เป็นต้น" (สอนเพื่อนให้รวย, หน้า 127)
โดยที่รธน. มาตรา 69 บัญญัติว่า "บุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศ รับราชการทหาร เสียภาษีอากร..." !!
โ ดยที่ประมวลรัษฎากร มาตรา 37 บัญญัติว่า "ผู้ใด ... (2) โดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใด ทำนองเดียวกัน หลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยง การเสียภาษีอากรตามลักษณะนี้ ต้องระวางโทษจำคุก... ปรับ ..."
สมมติว่า ดร. สุวรรณโดนฟ้องข้อหา "โฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด" ตามประมวลกฏหมายอาญา 85 ดร. สุวรรณจะสามารถอ้างเสรีภาพในทางวิชาการ ตามมาตรา 42 คุ้มครองตนเองได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
ผ มจะลองย่อยคำตอบดูว่า "บุคคลย่อมใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู ้อื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรธน. หรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งที่ไม่ขัดต่อหน้าที่ของพลเมืองหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน" แต่ลองมาดูจากหน้าที่ของพลเมืองจะเห็นว่า "บุคคลมีหน้าที่เสียภาษีอากร" และ จากมาตรา 37 ผู้ใดประกาศให้แก่บุคคลทั่วไปให้หลีกเลี่ยงภาษี ก็ไปตรงกับมาตรา 85 ดังโจทย์ว่า ดังนั้นถ้าถูกฟ้องก็ไม่สามารถยกมาตรา 42 มาคุ้มครองตัวเองได้ คือ ใครจะฟ้องนายคนนี้ก็ได้ถ้าตามข้อกฏหมายติดคุกชัวร์ จะได้ไปเขียนหนังสือ "สอนนักโทษให้รวย" ต่อในคุก
จะเห็นว่าตั้งแต่หน ังสือ Rich Dad Poor Dad (พ่อรวยสอนลูก) ที่โด่งดังมาจากต่างประเทศเข้ามา แนวคิดนี้กำลังแพร่หลายในหมู่นักธุรกิจไทยและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จนแม้แต่ตัวผู้นำเองก็ไม่รู้ตัวแล้วสับสนว่าตัวเองมีหน้าที่ที่จะต้องทำอะไร กันแน่ จะปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวแล้วได้อย่างไร (อ่านย้อนรอยคำพูดฯ) แทนที่ตัวเองรู้ว่ากฏหมายมีช่องโหว่แล้วจะหาทางแก้ไขเพื่อปกป้องผลประโยชน์ ของชาติ แต่ตัวเองกลับจ้างที่ปรึกษาด้าน (การเลี่ยง) ภาษี มาทำซะเอง แล้วจะให้ "เชื่อผม พ่อแม่พี่น้อง ผมไม่ทำอะไรที่เสื่อมเสียอย่างแน่นอน" ได้อย่างไร
ข้อมูลข้อสอบจาก
- สถานีคิดเลขที่ 12 มติชน วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2549
- สำนักพิมพ์เนชั่น
19 มี.ค. 2549
MrsJan
18 มีนาคม 2549
สิทธิประโยชน์หลังว่างงาน (Out of Work Benefit)
วันนี้ไปโรงพยาบาลจะไปฝากครรภ์ หมายมั่นว่าจะใช้ประกันสังคม ปรากฏว่าจ่ายติดต่อกันไม่ถึง 7 เดือน เลยอด ทำให้สงสัยว่าไอ้ที่เคยจ่ายๆ มาตลอด 3 ปี ที่ทำงานเก่า ทำไมมันถึงไม่เอามาคิดด้วยฟระหรือเป็นเพราะปล่อยให้อายุประกันขาดช่วงทำให้ต ้องมานับหนึ่งใหม่
พูดถึงประกันสังคมแล้วยังเจ็บใจไม่หาย มารู้ทีหลังว่าหลังจากการว่างงานจะได้รับเงินเป็น % ของเงินเดือน กรณีลาออกโดยสมัครใจจะได้รับ 3 เดือน กรณีถูกไล่ออกจะได้รับ 6 เดือน ทำให้ออกจะสงสัยว่าบรรดาพวกที่ออกจากงานที่ผ่านมานั้น ได้รู้ถึงสิทธิประโยชน์ข้อนี้หรือไม่หรือที่แท้เรามันโง่เองไม่รู้อยู่คนเดี ยว
จำเลยที่หนึ่งของเรื่องนี้คือผมที่ไม่รู้จักหาความรู้ใส่ตัว ส่วนจำเลยร่วมของเรื่องนี้คือ HR (Human Resource) เป็นที่น่าเสียดายที่คนทำหน้าที่ด้านนี้ ที่ควรจะให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์หรือแม้แต่ว่าสิทธิประโยชน์อื่นใด ของเหล่าพนักงานเอง ให้ทุกคนได้ทราบหรือเมื่อถึงเวลาก็ต้องเสนอตัวตักเตือนและให้คำปรึกษา
ในขณะที่ใครก็ตามลาออกจากงาน นั่นหมายถึงว่าถึงเวลาแล้วที่จะบอกให้ผู้ออกจากงานได้รับทราบและนำเสนอข้อมูลตรงนี้ให้ หลังจากที่ทำหน้าที่ดูแลพนักงานมาตลอด เป็นการปิดหน้าที่ครั้งสุดท้ายอย่างสมบูรณ์ของ HR ให้กับพนักงานคนนั้นๆ
ในกรณีของผมไม่มีอย่างที่ว่ามา ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้เป็นอย่างไร พัฒนาไปถึงไหนแล้ว ถ้ายังไม่มีก็ขอฝากสารนี้ส่งไปถึง HR IBN คนปัจจุบันด้วยนะครับ
ข้อมูลกรณีว่างงาน
http://www.sso.go.th/benefit/unemployed1.asp
18 มี.ค. 2549
Mrsjan
พูดถึงประกันสังคมแล้วยังเจ็บใจไม่หาย มารู้ทีหลังว่าหลังจากการว่างงานจะได้รับเงินเป็น % ของเงินเดือน กรณีลาออกโดยสมัครใจจะได้รับ 3 เดือน กรณีถูกไล่ออกจะได้รับ 6 เดือน ทำให้ออกจะสงสัยว่าบรรดาพวกที่ออกจากงานที่ผ่านมานั้น ได้รู้ถึงสิทธิประโยชน์ข้อนี้หรือไม่หรือที่แท้เรามันโง่เองไม่รู้อยู่คนเดี ยว
จำเลยที่หนึ่งของเรื่องนี้คือผมที่ไม่รู้จักหาความรู้ใส่ตัว ส่วนจำเลยร่วมของเรื่องนี้คือ HR (Human Resource) เป็นที่น่าเสียดายที่คนทำหน้าที่ด้านนี้ ที่ควรจะให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์หรือแม้แต่ว่าสิทธิประโยชน์อื่นใด ของเหล่าพนักงานเอง ให้ทุกคนได้ทราบหรือเมื่อถึงเวลาก็ต้องเสนอตัวตักเตือนและให้คำปรึกษา
ในขณะที่ใครก็ตามลาออกจากงาน นั่นหมายถึงว่าถึงเวลาแล้วที่จะบอกให้ผู้ออกจากงานได้รับทราบและนำเสนอข้อมูลตรงนี้ให้ หลังจากที่ทำหน้าที่ดูแลพนักงานมาตลอด เป็นการปิดหน้าที่ครั้งสุดท้ายอย่างสมบูรณ์ของ HR ให้กับพนักงานคนนั้นๆ
ในกรณีของผมไม่มีอย่างที่ว่ามา ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้เป็นอย่างไร พัฒนาไปถึงไหนแล้ว ถ้ายังไม่มีก็ขอฝากสารนี้ส่งไปถึง HR IBN คนปัจจุบันด้วยนะครับ
ข้อมูลกรณีว่างงาน
http://www.sso.go.th/benefit/unemployed1.asp
18 มี.ค. 2549
Mrsjan
"นับถอยหลังสู่สถานะใหม่ของชีวิต" (Count Down)
นับถอยหลังไปอีก 8 เดือน เป็น 8 เดือนที่จะนำความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตอีกครั้ง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเร็วขนาดนี้ ถึงจะเร็วไปหน่อยแต่ก็พร้อมเสมอ ถ้าความพร้อมในคติของชนชั้นกลางที่สะท้อนออกจากโฆษณาในโทรทัศน์นั้น อย่างผมนี่คงไม่เรียกว่าพร้อมซักเท่าไร เพราะอย่างน้อยผู้ชายต้องมีรถก่อน แล้วดาวน์บ้านสักหลัง จองโรงแรมแต่งงาน แหวนเพชรสักวงแล้วบอกรักที่เมืองนอก (55 กรูไม่มีสักอย่าง)
ความพร้อมในความคิดของผมนั้นความพร้อม คือ ความมีปัญญาบ่มเพาะ สั่งสอน หรือ อื่นใดที่จะทำให้ชีวิตที่เกิดใหม่นั้นอยู่รอดต่อไปได้ อย่างมีคุณค่าสูงสุด เท่านี้คิดว่าเพียงพอแล้วสำหรับพ่อคนนึง ส่วนเรื่องมารยาทอื่นใดยกให้เป็นเรื่องของแม่เค้าละกันเพราะพ่อไม่เคยได้รับ การสั่งสอนมาก่อน ถึงได้มารยาททรามอยู่ทุกวันนี้ แก้ก็ยากอีกต่างหาก
ค่อนข้างจะรู้สึกขัดเขินนิดหน่อยที่มีการเรียกตัวเองว่าพ่อหรือแม่แล้ว สถานะถูกขยับขึ้นรวดเร็วจริงๆ เหมือนกำลังเข้าสู่วัยกลางคนเข้าไปทุกที กลัวว่าต่อจากนี้ไปจะแก่แล้วแก่เลยหรือเปล่า ความคิดจะทันสมัยตามลูกทันหรือไม่ อันนี้เป็นความกังวลที่อีกไม่นานก็คงจะได้เจอ
18 มี.ค. 2549
MrsJan
ความพร้อมในความคิดของผมนั้นความพร้อม คือ ความมีปัญญาบ่มเพาะ สั่งสอน หรือ อื่นใดที่จะทำให้ชีวิตที่เกิดใหม่นั้นอยู่รอดต่อไปได้ อย่างมีคุณค่าสูงสุด เท่านี้คิดว่าเพียงพอแล้วสำหรับพ่อคนนึง ส่วนเรื่องมารยาทอื่นใดยกให้เป็นเรื่องของแม่เค้าละกันเพราะพ่อไม่เคยได้รับ การสั่งสอนมาก่อน ถึงได้มารยาททรามอยู่ทุกวันนี้ แก้ก็ยากอีกต่างหาก
ค่อนข้างจะรู้สึกขัดเขินนิดหน่อยที่มีการเรียกตัวเองว่าพ่อหรือแม่แล้ว สถานะถูกขยับขึ้นรวดเร็วจริงๆ เหมือนกำลังเข้าสู่วัยกลางคนเข้าไปทุกที กลัวว่าต่อจากนี้ไปจะแก่แล้วแก่เลยหรือเปล่า ความคิดจะทันสมัยตามลูกทันหรือไม่ อันนี้เป็นความกังวลที่อีกไม่นานก็คงจะได้เจอ
18 มี.ค. 2549
MrsJan
17 มีนาคม 2549
2 ข่าวจากเพื่อนบ้าน
ข่าวแรก
นายกรัฐมนตรีแห่งเกาหลี ลาออกจากตำแหน่ง ด้วยเหตุผล เอาเวลาที่ควรจะต้องปฏิบัติงานไปตีกอล์ฟ !! เหตุเกิดการประท้วงจากกลุ่มผู้ชุมนุมเรื่องการรถไฟอะไรสักอย่าง ภายในวันเดียวกัน นายกเกาหลีได้ไปออกรอบตีกอล์ฟ ถือเป็นการบกพร่องต่อหน้าที่สมควรลาออกจากตำแหน่ง
นายกเกาหลีนี่เค้าหน้าบางครับ หึหึ แต่ของเราน่ะหน้าเหลี่ยม ไม่ยอมออกง่ายๆ ร้อก
ข่าวหลัง
สิงคโปร์สั่งขังเลขาธิการฝ่ายค้านพรรคประชาธิปไตย นาย ซี จุน จวน โดนฟ้องข้อกล่าวหา หมิ่นประมาทศาล ที่นายคนนี้กล่าวหาว่าศาลไม่เป็นกลางเวลาพิจารณาคดีฝ่ายค้านและไม่เป็นอิสระ
ผมเคยรับทราบมาว่า สิงคโปร์ มี สส. พรรคฝ่ายค้านอยู่เพียงเสียงเดียว เท่านั้น พอพูดถึงสิงคโปร์ว่ามีฝ่ายค้านในสภา อยู่เพียงคนเดียวแล้วตกใจ ประเทศนี้ปกครองด้วยเผด็จการเสียงข้างมากพรรคเดียว อ่านข่าวนี้แล้วเหมือนโดนรังแกจากเสียงข้างมากยังไงก็ไม่รู้ แต่คนสิงคโปร์ก็ยังกล้ำกลืนฝืนทนต่อไปได้อาจจะเป็นเพราะรัฐบาลสิงคโปร์ไม่มี ข่าวคอรัปชัน อีกทั้งยังแข็งขันในการหาเงินเข้าประเทศ (โดยการไปซื้อชาติอื่น) เปรียบกับในเมืองไทย นายกไทยคนปัจจุบันก็พยายามจะทำอย่างเดียวกันกับสิงคโปร์แต่ทำไม่ได้ เพราะ ไม่เก่งเท่าเค้าแถมยังอวดดีคิดว่าตัวเองเก่ง อีกทั้งยังช่วยกันขมักเขม้นเขมือบประเทศ พร้อมขายประเทศให้ชาติอื่น
ของไทยถ้าไม่มีข่าวคอรัปชัน รัฐบาลเราอาจจะยังพอไปได้ ถึงแม้จะมีเสียงท้วงติงนิดๆ หน่อยๆ เกี่ยวกับนโยบาย แต่ก็จะไม่สามารถส่งผลสะเทือนได้ถึงขนาดนี้
17 มี.ค. 2549
MrsJan
นายกรัฐมนตรีแห่งเกาหลี ลาออกจากตำแหน่ง ด้วยเหตุผล เอาเวลาที่ควรจะต้องปฏิบัติงานไปตีกอล์ฟ !! เหตุเกิดการประท้วงจากกลุ่มผู้ชุมนุมเรื่องการรถไฟอะไรสักอย่าง ภายในวันเดียวกัน นายกเกาหลีได้ไปออกรอบตีกอล์ฟ ถือเป็นการบกพร่องต่อหน้าที่สมควรลาออกจากตำแหน่ง
นายกเกาหลีนี่เค้าหน้าบางครับ หึหึ แต่ของเราน่ะหน้าเหลี่ยม ไม่ยอมออกง่ายๆ ร้อก
ข่าวหลัง
สิงคโปร์สั่งขังเลขาธิการฝ่ายค้านพรรคประชาธิปไตย นาย ซี จุน จวน โดนฟ้องข้อกล่าวหา หมิ่นประมาทศาล ที่นายคนนี้กล่าวหาว่าศาลไม่เป็นกลางเวลาพิจารณาคดีฝ่ายค้านและไม่เป็นอิสระ
ผมเคยรับทราบมาว่า สิงคโปร์ มี สส. พรรคฝ่ายค้านอยู่เพียงเสียงเดียว เท่านั้น พอพูดถึงสิงคโปร์ว่ามีฝ่ายค้านในสภา อยู่เพียงคนเดียวแล้วตกใจ ประเทศนี้ปกครองด้วยเผด็จการเสียงข้างมากพรรคเดียว อ่านข่าวนี้แล้วเหมือนโดนรังแกจากเสียงข้างมากยังไงก็ไม่รู้ แต่คนสิงคโปร์ก็ยังกล้ำกลืนฝืนทนต่อไปได้อาจจะเป็นเพราะรัฐบาลสิงคโปร์ไม่มี ข่าวคอรัปชัน อีกทั้งยังแข็งขันในการหาเงินเข้าประเทศ (โดยการไปซื้อชาติอื่น) เปรียบกับในเมืองไทย นายกไทยคนปัจจุบันก็พยายามจะทำอย่างเดียวกันกับสิงคโปร์แต่ทำไม่ได้ เพราะ ไม่เก่งเท่าเค้าแถมยังอวดดีคิดว่าตัวเองเก่ง อีกทั้งยังช่วยกันขมักเขม้นเขมือบประเทศ พร้อมขายประเทศให้ชาติอื่น
ของไทยถ้าไม่มีข่าวคอรัปชัน รัฐบาลเราอาจจะยังพอไปได้ ถึงแม้จะมีเสียงท้วงติงนิดๆ หน่อยๆ เกี่ยวกับนโยบาย แต่ก็จะไม่สามารถส่งผลสะเทือนได้ถึงขนาดนี้
17 มี.ค. 2549
MrsJan
"ข้อเสนอที่ไม่เคยตอบรับ" (Reject)
ตามที่มีการเสนอกันในช่วงนี้ให้มีการเปิดเวทีพร้อมถ่ายทอดสดทั่วประเทศให้มี การพูดคุย 3 ฝ่าย (Debate) คือ ฝ่ายค้าน ฝ่ายพันธมิตรฯ และ ฝ่ายรัฐบาล ตอบข้อซักถาม รัฐบาลรับข้อเสนอ หึหึ แต่ขอเป็นแบบปิดห้องคุย ...อยากจะไล่เลียงมาเลยตั้งแต่ม็อบสนธิใหม่ๆ สนธิได้เคยท้าลักษณะทำนองนี้แล้วหลายต่อหลายครั้งหรือแม้แต่ก่อนหน้าก็เคยมี คนเคยท้า (จำไม่ได้แล้วว่าใคร) ว่า ขอให้เชิญผมหรือใคร ไม่ว่าจะเป็นนายธีรยุทธหรือใครก็ได้ ให้ไปออกรายการ นายกทักษิณคุยกับประชาชน คู่กับนายกฯ แล้วให้คุยกันสดๆ เพื่อวิเคราะห์หรือแม้กระทั่งการจับผิด โต้แย้งข้อสงสัย แล้วมีการท้าลักษณะนี้อีกหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้มีเสียงตอบรับแต่อย่างใด
กลัวโทรทัศน์เหลือเกินนะครับ แต่ก็ไม่แปลกเพราะตัวเองก็เคยพูดไว้ว่าโทรทัศน์นั้นเป็นสื่อที่ทรงประสิทธิภ าพมากที่สุด เข้าถึงประชาชนได้มากที่สุด ดังนั้นวิธีที่จะนำพาตัวเองไปสู่จุดจบคงไม่มีทางรับเด็ดขาด เพราะ นายคนนี้ชอบการสื่อสารข้างเดียว โดยที่ไม่ต้องการให้ใครมาโต้แย้งทันทีทันใด เพราะ หลายเรื่องนั้นตอบไม่ได้!! แต่การพูดผ่านวิทยุก็ดี จดหมายเปิดผนึกก็ดี รวมพลคนรักทักษิณก็ดี ล้วนแล้วแต่มีจุดร่วมที่เหมือนกันก็คือ พูดได้โดยที่ไม่มีใครมาคอยโต้แย้งซึ่งจะเป็นการป้องกันการหน้าแหกได้อย่างดีทีเดียว
อันที่จริง ผมอยากเสนอว่า ไม่ต้องกลัวหรอกครับว่า ถ้าหน้าแหกแล้วจะไม่มีคนเชื่อถือ ถึงแม้นายกจะตอบไม่ได้ แต่ผมก็มั่นใจว่าคะแนนเสียงท่านคงจะไม่ตกไปสักเท่าไร เพราะเรื่องพวกนี้ใครๆ ก็รู้กันอยู่แล้วว่าท่านน่ะ ขี้ฉ้อ โกหกเก่งก็ที่หนึ่ง แต่คะแนนเสียงที่สนับสนุนท่านนั้นเป็นเสียงสนับสนุนที่ แม้ว่าผู้นำจะขี้ฉ้อขนาดไหนก็ยังให้อภัยกันได้ ขอเพียงแค่ให้ได้สมประโยชน์ซึ่งกันและกันอย่างที่เป็นอยู่ฐานเสียง (โดยเฉพาะต่างจังหวัด) ก็พร้อมจะสนับสนุนท่านอยู่แล้ว มันเกิดจากความคิดที่ว่า "พวกเราไม่ได้โง่นะ แต่พวกเรายอมรับได้ นิดๆ หน่อยๆ เราไม่สนหรอกท่านจะทำอะไร ขอให้ผลประโยชน์ตกถึงพวกเราก็พอแล้ว ประชาธิปไตยหรือจริยธรรมมันไม่ได้ทำให้กรูอิ่มท้องหรอกเว้ย" โดยที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่า ไอ้นิดหน่อยนั้นอาจจะส่งผลให้เหลือแค่คำว่า Thailand ปรากฏอยู่บนแผนที่โลกในฐานะกรุงเก่าเท่านั้นเอง
นี่เป็นความแตกต่างที่ว่าเสียงสนับสนุนมักจะมาจากคนต่างจังหวัด เสียงต่อต้านมักจะมาจากคนกรุง เพราะ โดยพื้นฐานนั้นแตกต่างกันอย่างยิ่ง ดังนั้นทฤษฎี "สองนัคราประชาธิปไตย" ยังคงใช้การได้เสมอ ตราบเท่าที่ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและความคิดที่แตกต่างกันอย่างมากระหว่า งคนกรุงและคนชนบท การที่จะล้มล้างทฤษฎีนี้ได้ คือ ต้องบีบความแตกต่างระหว่างเมืองกับชนบทให้แคบลง ซึ่งผมมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า ชั่วชีวิตนี้ผมคงไม่มีทางได้เห็น
รูปภาพประกอบจาก
กรุงเทพธุรกิจ
17 มี.ค. 2549
MrsJan
16 มีนาคม 2549
"นักเจาะระบบ" (Cracker)
ว ันนี้ศาลได้ทำการยกฟ้อง สุภิญญา กลางณรงค์ กระทำไปด้วยความสุจริต จากคดีชินคอร์ปฟ้อง คดีหมิ่นประมาท (ฟ้องกันเป็นอยู่ข้อหาเดียว) นับได้ว่าประเทศยังไม่เข้าขั้นวิกฤติ คดีบาทเดียวของสนธิ ก็ชนะคดีความ จะเห็นว่าหลายต่อหลายเรื่องที่ฝ่ายรัฐบาลฟ้องร้องเอกชนก็ทยอยพิสูจน์ออกมา แล้วว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่มีความผิด ง่ายๆ อย่างนี้แล้ว ก็อาจคิดได้ว่าสิ่งที่ทั้ง คุณ สุภิญญา หรือ นาย สนธิ กล่าวหาก็ต้องมีมูลไม่ใช่หรือเรื่องปัญหาของทักษิณ ณ.เวลานี้อาจคลี่คลายลงไปได้ในไม่ช้าแล้ว เพราะแนวโน้มและทางออกที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้ ทักษิณไม่มีทางอยู่ต่อได้อีกแน่นอน ไม่จำเป็นต้องเลือกตั้งให้เสียเวลาให้เสียเงินเสียทองไปเปล่าๆ วันนี้ไป download เอกสารล่ารายชื่อของ อมธ. กะว่าจะส่งไปด้วยแต่เท่าที่ดูตอนนี้อาจจะไม่จำเป็น ไม่แน่ว่าส่งไปก็อาจจะไม่ทันได้ใช้ นายก ก็ชิงลาออกซะก่อนแล้ว
ผมจะล องคิดถึงก้าวต่อไป หลังจากไม่มีทักษิณนั่งเป็นประธานแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีการปฏิรูปการเมืองกันอีกรอบ โดยเอาทักษิณเป็นโจทย์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (งานนี้ไม่มีทักษิณก็ไม่เห็นช่องโหว่ ต้องขอบคุณท่านมากๆ) ผมทำนายเอาไว้ได้เลยว่า เราอาจจะป้องกันได้แค่ทักษิณและกรณีแบบทักษิณ แล้วคิดหรือว่าเราจะป้องกันคนอย่างทักษิณไม่ให้กลับเข้ามาสู่วงจรเดิมๆ อีกได้ เพราะ ไม่ว่าเราจะแก้ไขให้มันรัดกุมอย่างไร ยังไงๆ ก็ต้องมีช่องโหว่เข้าอีกจนได้ เพราะ พฤติกรรมของนักปกครองไทยคือเล่นการเมืองเพื่อนำไปสู่อำนาจทางการค้า ฉะนั้นอะไรเป็นอุปสรรคก็ต้องหาทางเลี่ยงทุกวิถีทาง เหมือนๆ กับ ระบบ computer ที่ไม่ว่าจะอุดช่องโหว่อย่างไรก็ไม่มีทางหมด เมื่อไรที่มีคนเจาะเข้ามาใหม่ ก็อุดรูรั่วตรงนั้น แล้วก็มีคนใหม่ๆ เจาะเข้ามาด้วยหนทางใหม่ๆ อีก เป็นวงจรอุบาทว์ที่ไม่มีวันจบสิ้น
พฤต ิกรรมและความแนวความคิดของคนอย่างทักษิณ ไม่รู้ว่ารู้ตัวหรือไม่ว่าอาชีพที่ตัวเองทำเป็นงานอาสา (ไม่ใช่แค่คำพูด) ไม่แน่อาจจะคิดว่าอาชีพนักการเมืองเป็นอาชีพที่จำเป็นสำหรับนักธุรกิจที่ต้อ งการจะต่อยอดธุรกิจจากที่เป็นอยู่และความคิดแบบนี้มันก็อาจจะแพร่หลายไปสู่ นักธุรกิจไทยทุกหย่อมหญ้าแล้วกระมัง
* ในที่นี้ผมไม่ได้หมายถึงว่าทักษิณจะทำเพื่อความร่ำรวยของตัวเอง (เพราะไม่เคยคิดว่าคนไม่รู้จักพอจะมีจริง) แต่เป็นเพราะปล่อยให้คนรอบข้างใช้ประโยชน์จากการที่ตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีม ากกว่า
16 มี.ค. 2549
MrsJan
14 มีนาคม 2549
"มันขึ้นสองขีด" (New Life)
เรื่องใหญ่ของวันนี้สำหรับผมคงไม่ใช่ D-Day (อีกแล้ว) ของม็อบที่จะประกาศล้อมทำเนียบยืดเยื้อในวันนี้
ว ันนี้เราตั้งใจลากิจแบบว่าเหตุผล คือ ขี้เกียจไปทำงาน หลังจากที่เราออกทำธุระข้างนอก ไปเตรียมซื้อเครื่องครัวเข้าบ้านเพื่อเตรียมประกอบอาหารทานกันเอง เพราะต้องการทางเลือกในการบริโภคมากขึ้น ไอ้ที่มีขายกันอยู่ก็จำกัดรูปแบบซะมากแล้วคุณค่าทางอาหารก็น้อยนิด
ข ากลับเราติดอุปกรณ์ชนิดหนึ่งกลับมาบ้านด้วย ภรรยาผมจัดแจงใช้งานมันอย่างเงียบๆ หลังจากนั้น 3 นาทีผมก็ได้ยินเสียงเรียกยาวๆ พร้อมอุปกรณ์ชิ้นนั้นในมือของภรรยาผม
เค้าหันมาแล้วบอกผมว่า "มันขึ้นสองขีด"
14 มี.ค. 2549
ว ันนี้เราตั้งใจลากิจแบบว่าเหตุผล คือ ขี้เกียจไปทำงาน หลังจากที่เราออกทำธุระข้างนอก ไปเตรียมซื้อเครื่องครัวเข้าบ้านเพื่อเตรียมประกอบอาหารทานกันเอง เพราะต้องการทางเลือกในการบริโภคมากขึ้น ไอ้ที่มีขายกันอยู่ก็จำกัดรูปแบบซะมากแล้วคุณค่าทางอาหารก็น้อยนิด
ข ากลับเราติดอุปกรณ์ชนิดหนึ่งกลับมาบ้านด้วย ภรรยาผมจัดแจงใช้งานมันอย่างเงียบๆ หลังจากนั้น 3 นาทีผมก็ได้ยินเสียงเรียกยาวๆ พร้อมอุปกรณ์ชิ้นนั้นในมือของภรรยาผม
เค้าหันมาแล้วบอกผมว่า "มันขึ้นสองขีด"
14 มี.ค. 2549
"กาเบอร์อะไร" (Choice?)
วันนี้ขี่มอไซต์ไปทางไหน ก็เห็นป้ายหาเสียงอยู่ทุกๆ ครึ่งเสาไฟฟ้า พรรคอะไรก็ไม่รู้หาเสียงอยู่พรรคเดียวก็ได้ด้วย ทำให้เลือกตั้งที่จะถึง 2 เม.ย. เราจะไปทำหน้าที่อะไรกัน ทางเลือกก็คือเอา (เลือกไทยรักไทย) กับไม่เอา (เลือกไม่ออกเสียง) ไทยรักไทย ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าเอาหรือไม่เอา ทักษิณ ตะหาก
นอกจากนี้ระหว่างทางก่อนเลือกตั้ง 2 เม.ย. ก็วุ่นวายพอดู มีการลอบบี้ผู้สมัครลูกกระจิบให้ลงสมัครเพื่อที่ตัวเองจะได้มีคู่แข่งเพื่อป ลดล็อกคะแนนเสียงที่ได้ในบางเขตที่อาจจะไม่ถึง 20% (โดยเฉพาะปักษ์ใต้บ้านเรา)
ตั้งแต่มี ส.ส. ปาตี้ลิสต์พรรคไทยรักไทย ลาออกไปบวช งานลอบบี้เลยหนักกว่าเก่า คราวนี้นอกจากจะต้องหาผู้สมัครจากพรรคอื่นมาลงแข่งแล้ว ยังต้องทำให้พวกพรรคกระจิ๊บกระจ้อยเหล่านั้น ได้รับเลือกปาร์ตี้ลิสต์เข้ามาบ้างอย่างน้อยก็ 5% ของจำนวนผู้ออกเสียงเลือกตั้งทั้งหมด เพื่อเอามาอุด พระเปม ที่ลาออกไป ไม่อย่างนั้นสภาก็จะเปิดไม่ได้
เป็นการเมืองที่เต้นรำอยู่คนเดียว แทนที่จะหาทางชูนโยบายของตัวเองเพื่อให้ได้รับเลือกแต่กลับต้องหาทางทำอย่าง ไรให้พรรคอื่นๆ ได้รับเลือกบ้าง (แล้วก็ทำจริงๆ ซะด้วยสิ 55) ไม่นานเราคงเห็นป้ายหาเสียงพรรคเกษตรกรไทย มีรูปหัวหน้าพรรคไทยรักไทยยืนอยู่ข้างๆ แล้วเขียนว่า "ถ้าอยากให้ผมทำงานต่อ โปรดกาเบอร์ ... พรรคเกษตรกรไทย!!"
ผมติดตามเ รื่องเหล่านี้แล้วก็ได้แต่อนาจการเมืองไทยและพรรคการเมืองที่ใหญ่ท ี่สุดของประเทศ น่าอายเสียจริงๆ อยากรับใช้ประชาชน จนตัวสั่น
รู้อย่างนี้แล้วจะกาเบอร์อะไร คำตอบก็คงมีแค่ 2 ทางอย่างที่ว่าไว้ข้างต้น
14 มี.ค. 2549
นอกจากนี้ระหว่างทางก่อนเลือกตั้ง 2 เม.ย. ก็วุ่นวายพอดู มีการลอบบี้ผู้สมัครลูกกระจิบให้ลงสมัครเพื่อที่ตัวเองจะได้มีคู่แข่งเพื่อป ลดล็อกคะแนนเสียงที่ได้ในบางเขตที่อาจจะไม่ถึง 20% (โดยเฉพาะปักษ์ใต้บ้านเรา)
ตั้งแต่มี ส.ส. ปาตี้ลิสต์พรรคไทยรักไทย ลาออกไปบวช งานลอบบี้เลยหนักกว่าเก่า คราวนี้นอกจากจะต้องหาผู้สมัครจากพรรคอื่นมาลงแข่งแล้ว ยังต้องทำให้พวกพรรคกระจิ๊บกระจ้อยเหล่านั้น ได้รับเลือกปาร์ตี้ลิสต์เข้ามาบ้างอย่างน้อยก็ 5% ของจำนวนผู้ออกเสียงเลือกตั้งทั้งหมด เพื่อเอามาอุด พระเปม ที่ลาออกไป ไม่อย่างนั้นสภาก็จะเปิดไม่ได้
เป็นการเมืองที่เต้นรำอยู่คนเดียว แทนที่จะหาทางชูนโยบายของตัวเองเพื่อให้ได้รับเลือกแต่กลับต้องหาทางทำอย่าง ไรให้พรรคอื่นๆ ได้รับเลือกบ้าง (แล้วก็ทำจริงๆ ซะด้วยสิ 55) ไม่นานเราคงเห็นป้ายหาเสียงพรรคเกษตรกรไทย มีรูปหัวหน้าพรรคไทยรักไทยยืนอยู่ข้างๆ แล้วเขียนว่า "ถ้าอยากให้ผมทำงานต่อ โปรดกาเบอร์ ... พรรคเกษตรกรไทย!!"
ผมติดตามเ รื่องเหล่านี้แล้วก็ได้แต่อนาจการเมืองไทยและพรรคการเมืองที่ใหญ่ท ี่สุดของประเทศ น่าอายเสียจริงๆ อยากรับใช้ประชาชน จนตัวสั่น
รู้อย่างนี้แล้วจะกาเบอร์อะไร คำตอบก็คงมีแค่ 2 ทางอย่างที่ว่าไว้ข้างต้น
14 มี.ค. 2549
10 มีนาคม 2549
09 มีนาคม 2549
"บอยคอตอะไรได้บ้าง" (Boycott?)

วันนี้เห็นหน้าเจ้าเบื้อกทางหน้าหนังสือพิมพ์โชว์ไปรษณียบัตร "สู้โว้ย" แล้วเอือมระอา ในขณะเดียวกันก็มีการรณรงศ์บอยคอตสินค้าที่กลุ่มทุนสิงคโปร์ซื้อจากชินคอร์ป ไปรวมทั้งสินค้าของกลุ่มทุนฟากฝั่งรัฐบาลด้วย ใจจริงก็อยากจะให้กำลังใจและร่วมรณรงศ์ให้ส่งผลสะเทือนเหมือนกันแต่คำถามที่ อยากจะถาม คือ แล้วมีอะไรที่ไม่ใช่สินค้าที่เข้าข่ายบ้างล่ะ แทนที่จะถามว่ามีอะไรที่เข้าข่ายบ้าง เพราะ ทุกวันนี้เราอาจจะไม่รู้ตัวว่าชีวิตตกอยู่ในอุ้งตีนพวกกลุ่มทุนเหล่านี้แล้ว โดยสิ้นเชิง
ผมจะลองนึกยกตัวอย่างดูเล่นๆ สักนิดเท่าที่จะจำได้ โทรศัพท์พื้นฐาน+Internet ความเร็วสูง True (Move), โทรศัพท์มือถือ Orange, UBC, รวมถึง สินค้าเกษตรทั้งหลายแหล่ หายห่วงว่าส่วนใหญ่เป็นของ เครือเจริญโภคภัณฑ์ สินค้าอะไหล่รถ อุตสาหกรรมยานยนต์ ล้วนนำเข้าจากพ่อค้าเครือ Summit ไม่เว้นแม้แต่รองเท้าที่บ้านผมขายอยู่ยี่ห้อ Aerosoft หะ หะ ยังเป็นของเครือ Summit Footware ถึงแม้ว่าแม่ผมปากก็ไม่ชอบ รบ. "แต่สินค้า Summit Footware เค้าดีจริงๆ ไม่เอาเปรียบรายย่อย" 55 ผลประโยชน์อยู่เหนือการเมืองเสมอ อ้อ ชื่อเจ้าของคือ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เจ้าของคดี CTX นั่นแล
ส่วนสินค้าเครือชินคอร์ปคิดว ่าคงไม่ต้องสาธยายมาก การสื่อสาร ดาวเทียม โรงพยาบาล สายการบินโลว์คอสต์ ที่ตอนนี้ได้ข่าวว่าซื้อกลับมาแล้วในนาม เอเชียเอวิเอชั่น (ถ้าจำชื่อไม่ผิด) จะทิ้งอ่างทองคำใบใหญ่ไปได้อย่างไร
ส่วนใหญ่เป็นส ินค้าที่แสนจะจำเป็นสำหรับชนชั้นกลาง และพวกชนชั้นกลางทั้งนั้นที่ออกมาประท้วงบอยคอต ผมถามง่ายๆ ว่าพวกคุณทิ้งชีวิตชนชั้นกลางในเมืองได้เมื่อไร เมื่อนั้นหละถึงจะทำได้สำเร็จ เอาเป็นว่าถึงจะทำได้ไม่ร้อยเปอร์เซนต์ แต่แค่ทำการเลี่ยงก็ยากแล้ว
จะเห็นว่าเราสนใจการทุจริต การขายชาติเวลานี้กว่าเราจะรู้สึกตัวกันได้ตอนนี้ก็แทบไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ที่เหลือก็จะมีแต่ ชายสี่หมีเกี๊ยว ขนม ลูกชิ้นทอด ที่ยังมีคนไทยตาดำๆ เป็นเจ้าของอยู่
ผมกลัวเหลือเกินว่าถ้าวันหนึ่งผมลืมตาตื่นมาอีกที ประเทศที่ผมยืนอยู่อาจจะกลายเป็นจังหวัดหนึ่งของสิงคโปร์ไปเสียแล้วจะทำอย่างไร
ภาพจากมติชน
http://www.matichon.co.th
09 มี.ค. 25491
MrsJan
08 มีนาคม 2549
"มูลนิธิทำร้ายสังคม" (Profit Organization)
ผมเคยเห็นเด็กชาวเขาคนหนึ่งตอนไปบ้านอาดี่ ใส่เสื้อ "มูลนิธิอายิโนโมโต๊ะ" แล้วก็คิดในใจว่า "เฮ้ยมันตั้งมาทำอะไรกันวะเนี่ย" ถ้าความเข้าใจผมไม่คลาดเคลื่อน เข้าใจว่าการตั้งมูลนิธิเป็นเรื่องของการช่วยเหลือ บรรเทา แบ่งเบาภาระรัฐบาลในการช่วยเหลือสังคม ด้วยไม่ได้หวังในสิ่งตอบแทนที่เป็นผลกำไรแล้วบริษัทผลิตผงชูรสแห่งนี้ตั้งขึ ้นมาด้วยจุดประสงค์อะไรกันแน่ วันนี้จะเขียนตอบข้อสงสัยให้กับตัวเอง
ท ุกวันนี้การใช้ผงชูรสเป็นกันไปอย่างแพร่หลายจนแทบจะเรียกได้ว่าร้านค้ากว่า 90% (ประมาณเอาเองแบบปราณี) ใช้ผงชูรสในการประกอบอาหาร เป็นที่รู้กันอยู่ว่าเจ้าผงชูรสนี้มีโทษมหันต์ทั้งระยะยาวและระยะสั้น ในระยะยาวอาจเป็นสารก่อมะเร็งจากการเผาใหม้ด้วยความร้อนในการประกอบอาหาร ส่วนในระยะสั้นจะเกิดอาการวิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน ปากคอแห้ง ซึ่งมีผลมาจากปริมาณโซเดียมที่มากเกินไป
ทีนี้การหลีกเลี่ยงอาจเป็นเ รื่องที่ทำได้ยากในชีวิตประจำวันที่การทำมาหาเลี้ยงชีพได้หลุดออกจากคำว่าทำ มาหากินไปเสียแล้ว เพราะทุกวันนี้เราทำอาชีพที่แยกส่วนจากการทำมาหากินโดยสิ้นเชิง ที่ถึงแม้เราจะหาเงินได้มากเท่าไร เราก็ไม่สามารถที่จะผลิตอาหารเลี้ยงตัวเองได้แล้วเราก็เต็มใจที่จะไม่ทำมัน แล้วเสียด้วย ดังนั้นหนทางเดียวคือการซื้อกินนั่นเอง อาหารจึงเปลี่ยนมาเป็นสินค้า สินค้าต้องทำกำไร การทำกำไรอย่างง่ายอันดับแรกคือลดต้นทุนการผลิต ดังนั้นการใช้ผงชูรสแทนน้ำต้มกระดูกก็ลดต้นทุนได้ไม่เลวเลยทีเดียว
เ มื่อผงวิเศษทำได้ขนาดนี้แล้วใครจะปฏิเสธได้ ถ้าเป็นดั่งที่โฆษณาอวดอ้างจะเห็นว่า "ไม่ว่ามื้อไหนๆ ก็อร่อยกันทุกครัวเรือน" แสดงภาพการประกอบอาหารจากทั่วโลก สุดท้ายต้นตำรับจากญี่ปุ่นก็รวยเป็นเทน้ำจากการขายเจ้าผงตัวนี้ ทีนี้พอเงินทะลักเหลือใช้ ก็เจียดมาว่าจะทำอย่างไรดีเพื่อที่จะให้ภาพลักษณ์ดูดีขึ้น ด้วยการก่อตั้งมูลนิธิ เป็นการฟอกตัวให้ดูดีขึ้น อุปมาเหมือนการแจกผ้าห่มต้านภัยหนาวจากบริษัทเบียร์ การเอาเงินขายหวยมาแจกทุนการศึกษา หรือว่า แหะ แหะ จะบริจาคเงินจากการขายหุ้นมหาศาลส่วนหนึ่งมาก่อตั้งมูลนิธิ มันจึงดูทะแม่งๆ ชอบกล
เพื่อไม่เป็นการพูดข้างเดียวลองฟังความของทาง อายิโนะโมะโต๊ะ ดูบ้าง
http://www.ajinomoto.co.th/th_product_s.shtml
08 มี.ค. 25491
MrsJan
ท ุกวันนี้การใช้ผงชูรสเป็นกันไปอย่างแพร่หลายจนแทบจะเรียกได้ว่าร้านค้ากว่า 90% (ประมาณเอาเองแบบปราณี) ใช้ผงชูรสในการประกอบอาหาร เป็นที่รู้กันอยู่ว่าเจ้าผงชูรสนี้มีโทษมหันต์ทั้งระยะยาวและระยะสั้น ในระยะยาวอาจเป็นสารก่อมะเร็งจากการเผาใหม้ด้วยความร้อนในการประกอบอาหาร ส่วนในระยะสั้นจะเกิดอาการวิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน ปากคอแห้ง ซึ่งมีผลมาจากปริมาณโซเดียมที่มากเกินไป
ทีนี้การหลีกเลี่ยงอาจเป็นเ รื่องที่ทำได้ยากในชีวิตประจำวันที่การทำมาหาเลี้ยงชีพได้หลุดออกจากคำว่าทำ มาหากินไปเสียแล้ว เพราะทุกวันนี้เราทำอาชีพที่แยกส่วนจากการทำมาหากินโดยสิ้นเชิง ที่ถึงแม้เราจะหาเงินได้มากเท่าไร เราก็ไม่สามารถที่จะผลิตอาหารเลี้ยงตัวเองได้แล้วเราก็เต็มใจที่จะไม่ทำมัน แล้วเสียด้วย ดังนั้นหนทางเดียวคือการซื้อกินนั่นเอง อาหารจึงเปลี่ยนมาเป็นสินค้า สินค้าต้องทำกำไร การทำกำไรอย่างง่ายอันดับแรกคือลดต้นทุนการผลิต ดังนั้นการใช้ผงชูรสแทนน้ำต้มกระดูกก็ลดต้นทุนได้ไม่เลวเลยทีเดียว
เ มื่อผงวิเศษทำได้ขนาดนี้แล้วใครจะปฏิเสธได้ ถ้าเป็นดั่งที่โฆษณาอวดอ้างจะเห็นว่า "ไม่ว่ามื้อไหนๆ ก็อร่อยกันทุกครัวเรือน" แสดงภาพการประกอบอาหารจากทั่วโลก สุดท้ายต้นตำรับจากญี่ปุ่นก็รวยเป็นเทน้ำจากการขายเจ้าผงตัวนี้ ทีนี้พอเงินทะลักเหลือใช้ ก็เจียดมาว่าจะทำอย่างไรดีเพื่อที่จะให้ภาพลักษณ์ดูดีขึ้น ด้วยการก่อตั้งมูลนิธิ เป็นการฟอกตัวให้ดูดีขึ้น อุปมาเหมือนการแจกผ้าห่มต้านภัยหนาวจากบริษัทเบียร์ การเอาเงินขายหวยมาแจกทุนการศึกษา หรือว่า แหะ แหะ จะบริจาคเงินจากการขายหุ้นมหาศาลส่วนหนึ่งมาก่อตั้งมูลนิธิ มันจึงดูทะแม่งๆ ชอบกล
เพื่อไม่เป็นการพูดข้างเดียวลองฟังความของทาง อายิโนะโมะโต๊ะ ดูบ้าง
http://www.ajinomoto.co.th/th_product_s.shtml
08 มี.ค. 25491
MrsJan
06 มีนาคม 2549
ผู้ชายเป็นใหญ่
วันนี้ผมดูแดจังกึมด้วยสงสัยว่าการที่พระราชาสามารถที่จะมีนางสนม (หรือง่ายๆ จากสายตาผมก็คือมีเมียน้อย) ได้ตามใจชอบแล้วทุกคนก็เห็นชอบเป็นประเพณีปฏิบัติ แม้แต่พระมเหสีก็ยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานโดยที่ไม่ได้มีความรู้สึกแปลกประห ลาดพิสดารแต่อย่างใด ถ้าจากสายตาของผมก็อยากจะถามว่าแล้วพระมเหสีไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือ !??ทำให้เราเห็นได้เลยว่าประเพณีปฏิบัติในสมัยนั้นให้ผู้ชายเป็นใหญ่จนทุกคน เกิดความเคยชิน ทำให้ทุกคนไม่ได้รู้สึกอะไรเลยและผู้หญิงก็ถูกสอนให้คิดไปแบบนั้นเหมือนกัน จนไม่คิดว่ามันมีอะไรที่ผิดปกติ ยกเว้นตัวนางเอก!!
การณ์ปรากฏชัดยิ่งขึ้นในตอนท้ายเรื่อง ขณะที่พระราชาแต่งตั้งให้นางเอกเป็นขุนนางแล้วได้มีการต่อต้านอย่างหนักถึงข ั้นพระพันปีออกมานั่งให้สำเร็จโทษฐานไม่อบรมเลี้ยงดูลูกให้ดี จะเห็นว่าการที่ให้ผู้หญิงเป็นใหญ่เป็นโตในตำแหน่งสูงๆ ที่ทัดเทียมผู้ชายนั้นกลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตายที่ถึงแม้ว่าจะเก่งอย่างไรก็ให้ยศถาบรรดาศักดิ์เท่าเทียมผู้ชายไม่ได้
ด ังนั้นผู้หญิงจึงมักที่จะโดนกดไว้เบื้องล่างอยู่ตลอดเวลา แล้วซ้ำร้ายไอ้เจ้าปรากฏการณ์เหล่านี้ก็ดันเกิดขึ้นทั่วโลกจนเป็นโลกา ภิวัฒน์ไปซะงั้น หลังจากเรื่องราวเกี่ยวกับการเมืองการแก่งแย่งชิงอำนาจภายในวังหลวงได้ผ่านไ ป ก็เข้าสู่เนื้อหาการต่อสู้ระหว่างกลุ่มอนุรักษ์นิยมกับพวกหัวก้าวหน้า ทำให้เรื่องราวกลับเข้มข้นยิ่งขึ้น
นอกจากตัวนางเอกจะฟันฝ่าข้อคำถาม หลายอย่างในสมัยวัยเด็กไปได้แต่ก็เจอกับแรงต้านมากมาย เพียงเพราะความเป็นคนหัวก้าวหน้าและทันสมัยจนเกินไป ทำให้ผู้คนในสมัยนั้นที่ตามนางเอกไม่ทันก็พากันรับไม่ได้และออกแรงต้านอย่างสุดฤทธิ์
การพัฒนาในยุคสมัยใหม่นี้ ผู้หญิงได้ผ่านการยอมรับแล้วว่ามีความสามารถทัดเทียมผู้ชาย ทั้ง สว.ระเบียบรัตน์ที่พยายามจะต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีอย่างเข้มข้น แต่หลายอย่างก็ก้าวหน้าเกินไปจนชาวบ้านรับไม่ได้ ทำให้ผมออกจะมองดูหนังเรื่องนี้ด้วยความฉงนและไม่เข้าใจ ไม่ต่างกับแดจังกึมตอนที่ยังเป็นเด็กอยู่
06 มี.ค. 2549
MrsJan
กุนซือ (Consultant)
ผมล่ะสงสัยจริงๆ เลยว่าใครกันแน่หลักๆ ที่ทำหน้าที่เป็นกุนซืออยู่เบื้องหลังการก้าวย่างของทักษิณ วันนี้เลยไปสะดุด ข่าวจาก darknews เลยได้เรื่องที่ต้องการมาอ่านพอดีภาพข่าวจาก
http://www.darknews.net/
06 มี.ค. 2549
MrsJan
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

