10 มิถุนายน 2549

คุนิมิตซึ คนจริงจอมกะล่อน : Kunimitsu No Matsuri

หลังจากนี้คงได้มาเขียน Blog น้อยลงหน่อยเนื่องจากกำลังริเริ่มโครงการใหม่ๆ แล้วภารกิจหลักตอนนี้คืออ่านการ์ตูนที่ค้างเติ่งไม่ได้อ่านมาหลายเดือน มีเล่มใหม่ๆ เข้ามาเพียบ ในบรรดาการ์ตูนที่อ่านช่วงนี้ก็มี คุนิมิตซึ, 20th Century Boy, โรงเรียนนักสืบ Q แล้วก็ คุโรมาตี้

เรื่องที่อวสา นไปแล้ว และเป็นเรื่องที่กำลังจะพูดถึงตอนนี้ คือเรื่อง คุนิมิตซึ ไม่ได้อ่านการ์ตูนมานานเกือบปี มาเจออีกทีอวสานไปแล้วเลยซื้อย้อนหลังมาทั้งหมดแถมซื้อซ้ำฉบับที่ 15 ด้วย เปลี่ยนก็ไม่ได้แล้ว เพราะ สินค้าจะเปลี่ยนได้ในเล่มเดียวกันเท่านั้น

ส ำหรับการ์ตูนเรื่องนี้ จะมีความฮาและลีลาแบบ GTO บวกกับเนื้อหาสาระแบบการเมืองที่มีการชิงไหวชิงพริบทางการเมือง แบบที่บ้านเราเค้าเรียกว่าเล่นการเมือง หรือการเมืองแบบไม่สร้างสรรค์ และการเมืองที่เป็นแก่นแท้ของการเมือง ในเนื้อหาสาระที่เป็นปัญหาสำหรับภายในญี่ปุ่นเอง อันนี้เป็นแบบที่ผมจะเรียกว่า การเมืองเพื่อชีวิต การเมืองเพื่อประชาชน หรือ การเมืองแบบสร้างสรรค์ ก็แล้วกัน

เรื่องราวของการ์ตูนเรื่องนี้ จะเน้นไปที่การต่อสู้กันระหว่างนักการเมือง 2 คน ของการเลือกตั้งในจังหวัดเล็กๆ ของญี่ปุ่น ระหว่างนั้นตัวเอกซึ่งลีลาเป็นแบบโอนิสึกะเปี๊ยบ ชอบใช้แต่กำลัง ไม่ค่อยใช้สมอง เป็นคนที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงประเทศญี่ปุ่น รู้สึกว่าแรงบันดาลใจที่คิดอย่างนี้จะได้มาจากรุ่นพี่คนหนึ่งสมัยเป็นพวก แก๊งซิ่งที่ต้องการจะเข้าสู่วงการการเมือง ทั้งสองก็จะมาเจอกันตอนกลางเรื่อง โดยอยู่ขั้วตรงกันข้ามกันทางการเมือง ทั้งสองต่างเป็นเลขาให้กับนักการเมืองสองคนที่กำลังจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ ของเมืองชินชิบะกะซากิ การแข่งขันเป็นไปด้วยความดุเดือด ทั้งวิชามาร วิชาศรีธนญชัย ถูกงัดออกมาใช้เพียบ ในตอนจบยังคงแอบลุ้นผลการนับคะแนนเหมือนกับการเลือกตั้งในโลกจริง ถึงแม้ว่าจะรู้ๆ อยู่ก็ตาม

อ่านการ์ตูนเรื่องนี้แล้วต้องยอมรับว่า สนุกมาก แต่เรื่องความฮานั้นยังสู้ GTO ไม่ได้ อย่างตอนที่มีการคบค้ากัน ระหว่าง นักการเมือง ข้าราชการ และผู้รับเหมา เป็นขบวนการคอรัปชั่นในท้องถิ่น ต่อมาก็โยงต่อไปถึงนักการเมืองระดับประเทศ การคอรัปชั่นแบบดั้งเดิมอย่างการกินหัวคิว รับสินบนต่อกันเป็นทอดๆ เนื้อหาการคอรัปชั่นยังไปไม่ถึงระดับบ้านเราที่พัฒนากันไปมากแล้ว เนื้อหาที่เป็นวิชาการเลยจะเห็นอยู่ 2 เรื่อง คือ การตั้งคำถามเช่นว่าทำไมเกษตรกรจึงต้องทำการเกษตรแบบใช้ยาฆ่าแมลง การเปิดโปงขบวนการสาธารณสุข ในส่วนนี้ผู้เขียนได้สัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ถึงขั้นโทรไปสอบถามกระทรวงสาธารณสุขเลยทีเดียว

สำหรับเรื่องขบวนการเ กี่ยวกับสาธารณสุขนั้นพอดีว่าเพิ่งได้อ่าน หนังสือเรื่อง "สุขภาพดี ไม่ต้องแพง" ของนายแพทย์ ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ แล้วช่างสอดคล้องกันเป็นโลกาภิวิฒน์อีกแล้ว อย่างเนื้อหาที่ว่า ยารักษาโรคในปัจจุบันนั้น มีการจ่ายยามากเกินความจำเป็น โรคหลายโรคเลยไม่ต้องการยาใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งยาหลายชนิดยังไปทำร้ายร่างกายไม่ให้กลไกการทำงานตามปกติได้ทำงานอีกด้วย และการรับยามากเกินความจำเป็นนั้น ทำให้ก่อเกิดเชื้อโรคดื้อยาและต้องการยาที่ฤทธิ์แรงมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด โรคใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งหรือส่วนใหญ่ก็ไม่ทราบ เกิดจากยาแผนปัจจุบันเหล่านี้นั่นแหละ ถึงแม้ว่าเราจะไม่เคยรับประทานยามาก่อนเลย แต่ก็อย่าเพิ่งวางใจ เพราะแม้แต่เนื้อสัตว์ที่เรารับประทานเข้าไปก็ผ่านการเลี้ยงดูมาแบบว่า อาบยาปฏิชีวนะมาตั้งแต่เกิด แล้วก็เข้าไปสะสมในร่างกาย จนเกิดเชื้อดื้อยาทำให้มีโรคใหม่ๆ แปลกๆ เกิดขึ้นอยู่ทุกวัน และเราก็หาทางไล่ล่าฆ่ามันและเกิดใหม่ๆ วนไปเรื่อยๆ เป็นวงจรอุบาทว์ โดยหารู้ไม่ว่าเพราะการสาธารณสุขอย่างทุกวันนี้ที่เป็นต้นเหตุ หรืออาจจะรู้แต่เพิกเฉย เพราะมันเป็นผลดีกับอุตสาหกรรมยาในปัจจุบันนั่นเอง

อ ้อ อย่าลืม 20th Century Boy ตอนนี้กำลังสนุกมากเนื้อหาสาระเพียบอีกเหมือนกัน แต่อ่านแล้วมึนเหมือนตอนอ่าน Monster (คนเขียนคนเดียวกัน) เพราะตัวละครใหม่ๆ โผล่มาเรื่อยๆ ทุกเล่มเลย เรื่องนี้ออกช้าไปหน่อย เกือบปีแล้วเพิ่งมีเล่มใหม่ให้อ่านแค่ 3-4 เล่ม เท่านั้น ตอนนี้อยากอ่าน Doctor K ภาค 2 อยู่เหมือนกัน รออยู่ว่าเมื่อไรจะมีคนซื้อให้อ่าน

รูปภาพจาก Gangcartoon.com

MrsJan
10 มิ.ย. 49

07 มิถุนายน 2549

ไปซื้อนาฬิกาที่คลองถม

กลับมาถึงกรุงเทพฯ อีกแล้ว ชีพจรลงเท้า (หรือลงล้อ) ในบัดดล ไม่ได้อยู่บ้านเฉยๆ เลยแม้แต่วันเดียว ต้องมีธุระหรือหาเรื่องออกไปจนได้ เดี๋ยวนี้การเดินทางในกรุงเทพฯ ผมเปลี่ยนจากรถโดยสารเป็นรถส่วนตัวแล้ว เพราะสะดวกสุดๆ ใครไม่เคยได้มีโอกาสได้ลองใช้มอเตอร์ไซต์ในกรุงเทพฯ จะไม่เคยรู้เลยว่าสวรรค์มีจริง (แต่จะตกนรกก็อีตอนตากแดดร้อนๆ นี่แหละ) เพราะมันทั้ง สะดวก ประหยัด และรวดเร็วเอามากๆ วันหนึ่งๆ สามารถทำธุระได้หลายอย่าง จากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่งสามารถนัดหมายเวลาได้เลยว่าจะใช้เวลา 15 หรือ 20 นาทีถึงจะถึง ใช้เวลาอย่างมากไกลสุดๆ แล้วไปถึงคลองถมก็ไม่เกิน 40 นาที จะไปช้าก็อีตอนเข้าไปแถวๆ นั้นแล้วหลงทุกที เพราะสภาพภายนอกเหมือนๆ กันหมด ที่แถวนั้นมันแวดล้อมไปด้วยพลังการค้าของชาวจีนโพ้นทะเล ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยังคงอนุรักษ์ไว้ซึ่งการค้าขายแบบดั้งเดิมแทบทั้งสิ้น

ช ่วงนี้ค่าใช้จ่ายต่อวันเฉลี่ยตกวันละหนึ่งพันบาท ดูเหมือนคนเก็บกดไม่ได้ใช้เงินมานานพอดู ไปคลองถมงวดนี้เลยได้นาฬิกาใหม่มา 2 เรือน ราคาเรือนละ 130 บาท ที่ต้องการใหม่เพราะ มีวันที่พร้อมวันให้ดูด้วยสมใจเพราะเรือนเก่าไม่มี สร้างความหงุดหงิดใจให้เป็นอย่างมาก ส่วนอีกเรือนหนึ่งเป็นเพราะนาฬิการาคาแพงของ Mascot มันชอบหยุดเดินทุกๆ 3 เดือน เลยแนะให้ไปซื้อใหม่เปลี่ยนซะ

นาฬิกาที่คลองถมนี่มีเยอะจริงๆ กองๆ กันแบบขายส่ง เยอะมากๆ จนทำราคาได้ถูกมโหฬารขนาดนี้ กะไว้ว่าถ่านหมดซื้อเรือนใหม่ใส่ซะเลยก็ยังคุ้ม ใครที่นิยมชมชอบการใส่นาฬิกาเป็นแฟชั่นต้องมาที่นี่เลย มีให้เลือกไม่หวาดไม่ไหว แต่ถ้าจะซื้อสินค้ามีราคาหน่อยสำหรับที่นี่ต้องสืบราคาดูให้ดีๆ เพราะราคาต่างกันมากเหลือเกิน ในของชนิดเดียวกันนั้นมีราคาตั้งแต่ 20-200 บาทเลยทีเดียว ที่รู้อย่างนี้เพราะเคยโดนมาแล้ว

MrsJan
07 มิ.ย. 49

31 พฤษภาคม 2549

พ็อคเก็ตบุ๊คเล่มล่าสุด

ตอนนี้อยู่จังหวัดตราด เดินสายพักผ่อนไปเรื่อยๆ หลังจากว่างงานอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งคาดว่าครั้งนี้คงจะเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต Employee และกำลังจะหันเหเข้าสู่ Self-Employed หรือ Business Owner หรือ Investor หรือว่าจะไม่เข้าหมวดใดๆ กันแน่ ก็ไม่อาจทราบได้

หึหึ วันนี้จะเล่นศัพท์สไตล์ พระคัมภีร์ของโลกทุนนิยมใหม่ เพราะ ได้ไปเจอะเข้ากับหนังสือที่ไม่นิยมอ่านสักเท่าไรแต่พอได้อ่านแล้วถึงได้ไม่แ ปลกใจว่าทำไมมันถึงเป็นหนังสือ Best Seller เพราะเป็นหนังสือที่จะค่อนข้างให้คำตอบของคนบนโลกยุคสมัยนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเยาะเย้ย ถากถาง แนวความคิดกระแสหลักในยุคอุตสาหกรรม ได้ค่อนข้างโดนใจ โดยการปรามาสว่าพวกที่ไม่รู้จักใช้เงินในการทำเงินให้งอกเงยเป็นพวกโง่ ล้าหลัง พวกที่ไม่พยายามหาอิสรภาพทางการเงินอย่างที่เค้าว่านั้น ควรคิดซะใหม่ และเสนอแนะวิธีคิดแบบคนรวยกันคนจนให้เห็นความแตกต่าง คนรวยคิดหาทางให้เงินงอกเงยได้โดยที่ไม่ต้องทำงานอะไรมากมายขอเพียงแค่ใช้ สมองคิด แต่คนจนนั้นต้องทำงานหนักตลอดชีวิตจะด้วยเพื่อเงินบำนาญในบั้นปลายหรือทาง แห่งแสงสว่างที่แม้แต่ตัวเองก็ยังมองไม่เห็น

แน่นอนเรื่องภาษีควรหลีกเลี่ยงหรือจ่ายให้น้อยที่สุด ด้วยกรรมวิธีที่ไม่ยากเย็นอะไรนัก เพียงแค่รู้ช่องกฏหมายภาษีที่มักจะขูดรีดกับบุคคลธรรมดา เรื่องพรรค์นี้ขอดูผู้นำประเทศเป็นตัวอย่าง ทำให้เหล่าคนจนทั้งหลาย ได้รู้วิธีของคนรวยได้โดยที่ไม่ต้องอ่านหนังสือเล่มนี้ แต่หนังสือก็ยังไม่ลืมหยอดด้านมนุษยธรรมด้วยการบอกว่าหลังจากที่เรามีอิสรภา พทางการเงินแล้วเราจะมีเวลาว่างมากขึ้น ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ ทำกิจกรรมทางสังคมได้มากขึ้น มีเนื้อหาเหล่านี้อยู่นิดหน่อย (ประมาณ 5 บรรทัด) เพื่อที่จะบอกกับพวกเราว่าโลกทุนนิยมไม่ได้เป็นโลกของปีศาจร้ายอย่างที่พวก นักวิชาการสร้างภาพไว้อย่างนั้น

ในช่วงหนึ่งที่ผู้เขียนต้องว่างงาน เพื่อที่จะค้นหาอิสรภาพทางการเงิน ในเวลานั้นมีหลายครั้งที่ผู้เขียนหวนระลึกถึงรายได้ที่เข้ามาแน่นอนทุกๆ เดือน หรือเช่นว่าเราจะกลับไปหาความมั่นคงทางการงานแบบเดิมดีไหม และยังต้องคอยรับแรงเสียดทานจากคนรอบข้างอยู่เสมอว่า "ทำไมไม่หางานทำ" เป็นต้น ทำให้นึกถึงตอนที่ผมออกจากงานที่แรกใหม่ๆ ช่วงแรกๆ ก็สบายๆ แต่พอสักพักก็นึกถึงรายได้ที่เข้ามาในบัญชีพอกพูนไม่ขาดสาย มาวันนี้มันกลับลดลงเรื่อยๆ อย่างน่าใจหาย แต่ผมไม่เคยคิดจะกลับไปหาความมั่นคงทางการงานแบบเดิมอีก

สิ่งที่ผมค้นหาคล้ายคลึงกับผู้เขียนหลายอย่าง ต้องการทำงานน้อยๆ มีเวลามากๆ ไม่ต้องการทำงานหนักเพื่อเป็นหนี้ตลอดชีวิต แต่สิ่งที่ค้นหาในวันนี้ไม่ใช่อิสรภาพทางการเงิน แต่เป็นอิสรภาพทางการดำรงชีพแบบมนุษย์ ถ้าผมตั้งคำถามว่าในยามที่เงินของคุณไม่มีค่าอะไรเลย (ด้วยเหตุสงคราม ภัยธรรมชาติ หรืออะไรก็แล้วแต่) เงินที่คุณมีอยู่อาจจะซื้ออาหารสักมื้อของผมก็ยังไม่ได้เลยในยามขาดแคลน ถามว่านั่นเป็นหนทางที่ยั่งยืนแล้วหรือยัง

ผู้เขียนคงลืม (หรือไม่รู้ตัวเลย พอๆ กับพวกยุคอุตสาหกรรมที่คุณว่า) ว่ามนุษย์นั้นต้องกินอาหารเพื่อดำรงชีพ ถ้าคุณอ้างว่าแนวคิดนี้ เป็นแนวคิดของโลกยุคหลังอุตสาหกรรมหรือที่คุณอ้างว่าเป็นยุคแห่งข้อมูลข่าวส าร ก็ไม่แน่ว่า ในแบบของผมอาจจะเป็นแนวความคิดของโลกหลังยุคแห่งข้อมูลข่าวสาร ที่โลกมนุษย์กำลังเข้าสู่ยุคเถื่อน มนุษย์ต้องแย่งชิงอาหารเพื่อยังชีพ มนุษย์ต้องกลับไปอยู่ในยุคก่อนเกษตรกรรมอีกครั้งหนึ่ง เท่านี้ผมก็ก้าวหน้าคุณไปอีกก้าวนึงแล้วสิ คุณมันก็แค่พวกล้าหลังเท่านั้นแหละว้า

ถึงแม้ว่าเนื้อหาในหนังสือจะมีหลายอย่างที่น่าสนใจและให้ความรู้อยู่ไม่น้อย แต่หนังสือเล่มนี้เมื่ออ่านจบแล้วสำหรับผมนั้นไม่ได้ต่างจาก Work@Home ภาครวมเล่ม (ที่พวกเรามักจะนำมันลง Junk ในทันทีทันใด) เลยทีเดียว

MrsJan
31 พ.ค. 49

27 พฤษภาคม 2549

โดเมนใหม่ที่ไหนดี

กำลังจะจด Domain ชื่อใหม่ ก็คิดว่าจะ Upgrade Hosting ที่ใช้อยู่ แต่วันนี้ Hosting ที่ใช้อยู่เข้าไม่ได้อีกแล้ว สอบถามไป ได้ความว่าเค้ากำลังย้าย server กันอยู่ เลยคิดอยู่ว่าจะหาที่อยู่ใหม่ให้มันซะหน่อย เพราะเจ๊งบ่อยเหลือเกิน แต่หาไปหามาก็ไม่ได้เรื่องสักเท่าไร เพราะการพิจารณาอันดับแรกคือ "ราคา" ถ้าไม่ถูกใจก็ปิดทันที ไม่ต้องดูอย่างอื่น แล้วกว่า 95% ก็ปิดได้ทันที เพราะ ราคาแพงกว่าที่ใช้อยู่มากและไม่สมเหตุสมผลกับราคา Hardware แสนถูกในขณะนี้เอาซะเลย

จาก Hosting ที่หาในเมืองไทย ถ้าได้ลองเปรียบเทียบกับ Hosting ต่างประเทศแล้วคนละเรื่องเลย อย่างสมมติว่า ของเราให้เนื้อที่ 50 M ที่นั่นเค้าให้ต่ำๆ ก็เป็น Giga แล้ว และที่สำคัญ ไอ้ Giga เค้า กับไอ้ Mega เรา ของเรายังแพงกว่าอีกด้วย ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม Hosting เรายัง outdate อยู่ แถมถ้าอยากได้เนื้อที่มากหน่อย สัก 300 ร้อยเมก ก็เดือนละ 400-500 ไปแบบ Premium นู่น ถามจริงๆ ว่า ไอ้ 25 M 30 M สมัยนี้ มันเอาไว้เก็บเอกสาร HTML ได้อย่างเดียวก็เต็มแล้ว

สำหรับ Hosting เก่าที่ใช้อยู่เป็นของ servertoday ขนาดเนื้อที่ ที่ให้นั้นระดับ Inter ราคาก็ไม่แพงแบบที่เรียกได้ว่า ในบรรดา Hosting ไทย มันมาได้อย่างไร (How Come?) ตอนที่ซื้อครั้งแรกเค้าให้เนื้อที่ 300 M จ่ายไป 1300 บาทต่อปี รองรับ 1 Domain ก็นับว่าถูกแล้วตอนนี้ยิ่งถูกลงไปอีก ให้เนื้อที่ 1024 M ราคา 1200 บาทต่อปีแถมยังรองรับได้ถึง 2 Domain ในเมื่อให้กันขนาดนี้แล้วจะเปลี่ยนไปไหนได้อีก ใจจริงก็อยากจะใช้ของต่างประเทศเหมือนกันแต่ติดที่ความเร็วไม่น่าใช้สักเท่า ไร ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็คงจะเปลี่ยน แต่คงไม่ใช้ของไทยแน่ๆ ถ้าราคาต่อเนื้อที่ยังจุ๋มจิ๋ม 25 M 30 M อยู่อีก

วันนี้เลยไปหาดู Feedback เกี่ยวกับ Hosting รายนี้ ทำให้ไปเจอกับสิ่งที่คิดว่าน่าจะเป็นปัญหาสำหรับที่นี่คือ เว็บไซต์ sondhi-mgr.com (เว็บไซต์โจมตีสนธิ) เว็บไซต์นี้มีข้อความจากหลายรายที่ตั้งใจจะเข้ามาโจมตี และพยายามก่อกวนให้เว็บไซต์ทำงานต่อไปไม่ได้ คาดว่าครั้งก่อนที่เจอเหตุการณ์ Spam mail จนล่ม อาจจะมีคนโจมตีเว็บไซต์นี้ก็เป็นได้ ทำให้ servertoday ก็เลยกลายเป็นเหยื่อของสงครามครั้งนี้ไปซะ ทีนี้เหยื่อรายอื่นๆ ที่ร่วมชายคาเดียวกัน หนึ่งในนั้นที่โดนหางเลขไปด้วยก็คือเว็บไซต์ของเราเองนั่นแล

สรุปว่าก็คงจะใช้ของ servertoday ต่อไป ถึงจะล่มบ่อย แต่ก็ยังให้อภัยเพราะไม่มีทางเลือก ก็ได้แต่หวังว่าทาง servertoday จะปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

MrsJan
27 พ.ค. 49

24 พฤษภาคม 2549

~ยังจำได้ไหม~

เ หตุการณ์ทางภาคใต้ได้ประทุขึ้นอีกครั้ง ข่าวการจับตัวประกันครูชาวพุทธ ได้สร้างความเป็นเดือดเป็นแค้นให้กับชาวไทยพุทธเป็นอย่างมาก พวกเราคงลืมกันไปมั้งว่าก็ชาวไทยด้วยกันใช่ไหม ที่ทำกับชายวิกลจริตจนตายด้วยความโหดเหี้ยม!! ไม่แพ้กัน ด้วยข้อหาทุบหม้อข้าวจนแหลกละเอียด ตอนนี้รูปหล่อปูนปั้นที่ได้ข่าวว่าเสร็จแล้วและไฉไลกว่าเดิม เตรียมพร้อมคนมานมัสการกราบไหว้ ซึ่งมันไม่ได้แตกต่างอะไรจากมนุษย์ต่างดาวแผ่นเจลล์ลดไข้ที่สร้างความเฮฮา สนุกสนานให้เราๆ ท่านๆ สักเท่าไร

ความสูญเสียจากทั้ง 2 เหตุการณ์ อันหนึ่งเป็นความสูญเสียที่แลกมาด้วยสิ่งที่ไม่มีชีวิตในวาระเดียวกัน อีกหนึ่งเป็นความสูญเสียที่แลกมาด้วยชีวิตชาวมุสลิมที่ต่างวาระกัน แต่ที่ต่างกันคือความสำคัญในสายตาของทั้งสื่อและผู้บริโภคสื่อต่างลงความเห็ นกันได้ไม่ยากว่าอย่างไหนสำคัญกว่ากัน ระหว่างพระปูนปั้นกับชายวิกลจริต ระหว่างชาวมุสลิมใต้กับชาวไทยพุทธ

ทั้งนี้ทั้งนั้นจากทั้ง 2 เหตุการณ์ สื่อกระแสหลักทั้งหลายใช่ไหมที่ชอบเล่นกันตามเนื้อข่าว โดยที่ไม่ได้สนใจแง่มุมในอีกด้านหนึ่ง น่าเสียดายที่ข้อเขียนอีกแง่มุมหนึ่งหลายอันไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาในสื่อกระ แสหลักอย่างโทรทัศน์สักเท่าไร เรายังต้องการความกล้าหาญและเวลาในการเสนอข่าวทางโทรทัศน์มากกว่านี้ การให้ช่วยกันประนามการกระทำผ่านรายการคุยข่าว เพื่อเพิ่มกระแสความเกลียดชังอาจไม่บังเกิดผลซ้ำยังทำให้เกิดกระแสความ รุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก ไม่อย่างนั้นแล้วชีวิตชนชั้นผู้บริโภคข่าวสารก็จะยังเป็นง่อยด้วยความเห็น เห่ยๆ ดักดานอยู่ตามกระทู้ ที่เป็นสื่อแสดงความเห็นของชนชั้นกลาง ที่เราๆ น่ะหรือ จะฝากความหวังไว้ให้กับการขับเคลื่อนประเทศ

สื่อโทรทัศน์เท่านั้นที่จะเป็นความหวังให้กับประเทศด้อยพัฒนานี้ได้ ขอฝากความหวังอันริบหรี่นี้ไว้กับ กระบวนการทวงคืน ITV ครับผม

MrsJan
24 พ.ค. 49

22 พฤษภาคม 2549

โครงการบ้านหลังแรก


ช ่วงนี้ข่าวการเมืองพุ่งเป้าไปที่ กกต. ที่เค้าว่ากันว่าเป็นที่ทำการพรรคแห่งที่ 2 ของไทยรักไทย ก็ออกจะสงสัยว่า กกต. เป็นพรรคการเมืองมีฐานเสียงกับเค้าด้วยหรืออย่างไรกัน มีม๊อบเชียร์ ม๊อบดอกกุหลาบ ม๊อบทำลายทรัพย์สิน สำหรับพวกที่ไม่นิยม กกต. เกิดขึ้นทุกวัน อยากจะบอกว่าปัญหาที่คนเค้าให้ลาออกน่ะ มันไม่ได้เกี่ยวกับข้อหาที่ว่าพวกเอ็งเป็นลิ่วล้อพรรคการเมืองอย่างที่พวกเอ ็งชอบแก้ตัวหรอกว่ะ แต่ปัญหาคือการจัดเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาของพวกแกน่ะ มันไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แล้วยังหน้าทนเหมือนพวกนักการเมืองไม่มีผิด หรือจะเป็นลิ่วล้อเขาจริงๆ อย่างว่า ตามสไตล์ หน้าทน โอหัง ไม่ผิดกฏหมาย ม๊อบเชียร์เสมือน

สิ่งมีชีวิตแผ่นลดไข้ ใช้เวลา 3 วัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังตรวจสอบไม่ได้ แต่ในเว็บบอร์ดของบรรดาแม่ๆ เค้ารู้กันตั้งแต่วันรุ่งขึ้นแล้วว่ามันคือ แผ่นเจลลดไข้ แถมยังมีนายแพทย์ออกมาปล่อยไก่ บอกว่าไม่น่าจะเป็นแผ่นลดไข้ด้วยว่ามันเป็นสีขาว ปกติจะเป็นสีฟ้า อยากจะเตือนคุณหมอหัด ใช้ Internet หาความรู้ใส่หัวก่อนแล้วค่อยออกมาวิจารณ์ จะได้ไม่ต้องหน้าแหก ให้คนเค้าว่าได้ว่าเป็นถึงนายแพทย์ ทั้งที่ตัวเองยังไม่แน่ใจ ก็อย่าเอาประสบการณ์เห่ยๆ ออกมาฟันธง เหมือนพวกนักการเมืองหน้าโง่ ที่ชอบเสนอหน้าให้สัมภาษณ์พล่อยๆ นั่นหละ

ว่ามานานก็เข้าตามหัวเรื่อ งต่อ ตอนนึ้คิดกันอยู่ว่าจะสร้างบ้านสักหลัง ที่แปดริ้วแต่ปัญหาคือช่วงนี้เข้าหน้าฝน ไม่สามารถสร้างบ้านดินได้ ถ้าจะไปอยู่ตอนนี้ก็ต้องอาศัยบ้านคนอื่นอยู่หลายเดือน ก็กำลังคิดดูว่า บ้านหลังเล็กๆ ขนาด 4x4 เมตรจะใช้งบสักเท่าไร ไปศึกษาถามไถ่มาได้ความว่าแค่ตีค่าทำโครงเหล็กคร่าวๆ ก็หลักแสนไปแล้ว แต่ที่ผมต้องการคือหลักหมื่น เพราะไม่มีงบเพียงพอ

ที่หาได้จากในเว็บ ไซต์บ้านราคาถูกของกรมโยธาก็น่าสนใจ เอามาคิดรวมเบ็ดเสร็จแล้วก็น่าจะเหยียบแสนเหมือนกัน แต่เห็นรูปร่างและขนาดแล้วก็ได้ดีกว่าที่คิด คือ ขนาด 4x7 และมีรูปร่างมองเห็นได้ชัดเจน น่าสนใจมากตอนนี้เลยตัดสินใจเอาแบบนี้เป็นคำตอบสุดท้ายไปก่อน จนกว่าจะคิดอะไรใหม่ๆ ออกอีกที

MrsJan
22 พ.ค. 49

20 พฤษภาคม 2549

ชักแม่น้ำทั้งห้า

กลับมาบ้านก็ต้องมาวุ่นวายกันอีกแล้วน้อ เรื่องเดิมๆ ที่ว่าจะไปทำอะไรต่อ มางวดนี้ไม่คิดจะให้มาขายของแล้ว และเห็นดีเห็นงามกับสิ่งที่จะทำด้วย แต่จุดประสงค์เดิมก็ยังอยู่คือยังไงก็อยากให้อยู่แถวๆ นี้ พยายามทุกวิถีทาง เสนอนู่นเสนอนี่ให้ อยู่นี่มีทุนให้ มีที่ให้ มีให้ทุกอย่าง พูดอ้อมไปอ้อมมา ก็คือสรุปถ้าไปอยู่ที่แปดริ้วไม่มีทุนให้ เหอะ เหอะ จะให้แต่ต้องมีข้อแม้กันสักหน่อย

ที่เกิดเหตุการณ์อย่างนี ้คือผมไปบอกว่าขายบ้านที่ตรังได้แล้วขอส่วนนึงมาเป็ นทุนทำสวนที่แปดริ้ว แต่พอได้ทีก็ต่อรองมีข้อแม้ ฉะนั้นคำตอบที่ผมให้ไปก็คือ ไม่ให้ก็ไม่เอาก็ได้วะ เงินที่สะสมได้จากที่ทำงานเก่า 2 แสนกว่าบาทน่าจะพอทำอะไรได้บ้างอยู่ ไม่น่ามีปัญหา

ช่วงนี้ก็ทำงานนอ กไปเรื่อยๆ เป็นงานที่ติดพันมาตั้งแต่ปีก่อนแล้วยังไม่เสร็จสักที เพราะเพิ่งจะมาปัดฝุ่นกันอีกรอบ แถมงาน flash ก็ยังค้างอยู่กะว่าจะให้เด็กแถวๆ นี้ใส่ effect หน้าแรกให้สักหน่อย จะได้เสร็จไวๆ

ว่าแล้วก็ไปนั่งทำงานนอกแสนน่าเบื่อต่อ ไม่ได้ทำงานของตัวเองสักกะที ทั้งที่โครงการผุดขึ้นมาในสมองเพียบ เซ้งเว้ยยย

MrsJan
20 พ.ค. 49

18 พฤษภาคม 2549

วันสุดท้ายที่เชียงราย

ไม่ได้เขียนมาหลายวันช่วงวุ่นๆ เตรียมย้ายบ้านอีกครั้ง กว่าจะเรียบร้อย ได้มานั่งเขียนต่อตอนนี้ก็ได้มาอยู่ที่กระบี่ (อีกแล้ว) กลับมาพักฟื้นสภาพร่างกายสัก 1 เดือน แล้วค่อยออกเดินทางย้ายบ้านต่อ เขียนย้อนหลังวันนั้นสักนิดก่อนจะกลับมาปัจจุบันอีกครั้ง

ในที่สุดก็ ต้องออกมา พอคิดว่าไม่ต้องตื่นไปทำงานแล้วในวันรุ่งขึ้น มันก็รู้สึกดีใจอีกครั้ง เหมือนครั้งที่ออกจากงานคราวแรก แต่การออกมาคราวนี้งานก็ยังติดตัวออกมาอยู่บางส่วนที่ต้องทำให้เสร็จ แต่ไม่เป็นไรถือว่าเราบอกก่อนออกน้อยไปหน่อย (5 วัน) จริงๆ ไม่คิดว่าจะทำแบบนี้ แต่ด้วยเหตุจำเป็น ก็ต้องทำงานไถ่โทษกันไป

ผ่าน งานเลี้ยงที่เป็นวัฒนธรรมของกระจกเงาไปแล้ว ว่าอย่างไรเสียก็ต้องเลี้ยง(หมูกระทะ)ส่ง ให้กับผู้ที่เคยร่วมงานกัน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดี ทำกันสม่ำเสมอ ไม่เหมือนที่ทำงานที่เก่า นึกมีอารมณ์จะจัดก็จัดหรือ สบโอกาสก็จัด ไม่มีมาตรฐาน บางครั้งก็จัดตามลำดับความสำคัญ ถ้าอย่างนั้นก็อย่าไปจัดมันซะให้หมดเลยจะดีกว่า แต่ความเป็นไปได้มันก็คงจะต่างกันแน่นอนอยู่แล้วสำหรับ 2 องค์กรที่วัฒนธรรมต่างกัน ด้านหนึ่งเป็นองค์กรแสวงหาผลกำไร อีกด้านก็เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ก็ลองวิเคราะห์กันดูว่ามันเป็นเพราะอะไร

ผ่านการทำงานในคราวนี้ ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่าง หลายอย่างก็ไม่เป็นระบบเอาซะเลย แต่ในความไร้ระบบก็มีหลายสิ่งที่อยากนำมันมาใช้งานด้วยเหมือนกัน เอาไว้จะเขียนต่อในอันดับต่อๆ ไปถ้านึกออก หรือผ่านพบมันอีกครั้ง

กล ับมาวันแรกก็เก็บของๆๆ ตอนซื้อของก็ไม่ได้คิดสักเท่าไรว่าจะขนกลับไปได้หรือไม่เพราะคิดว่าจะเอารถก ระบะตอนครึ่งมารับ ที่ไหนได้เอากระบะสองตอนมาเลยต้องลุ้นกันหน่อย ถ้าใครได้มาเห็นรับรองได้ว่าไม่พอแน่นอน ลำพังแค่ตู้เย็นกับมอไซต์ก็ไม่รู้จะไปยัดไว้ตรงไหนแล้ว ต้องเปิดท้ายผูกเชือกไนล่อนเป็นร้อยเมตร กองๆ ยัดๆ เข้าไปให้ได้มากที่สุด ได้สภาพอย่างที่เห็น งานนี้ถ้าไม่ได้มืออาชีพทางการย้ายบ้านจริงๆ ทำไม่ได้แน่นอน เพราะมันลำบากก็ไอ้ตรงที่จะมัดอย่างไรให้มันแน่นหนานี่หละ แล้วยังต้องขับทางไกลอีก 800 ร้อยกว่ากม. -_-'

แต่สุดท้ายก็ถึงบ้านได้โดยสวัสดิภาพ สวัสดีกรุงเทพฯ

* รูปภาพประกอบยังเดินทางมาไม่ถึงกระบี่

MrsJan
18 พ.ค. 49

10 พฤษภาคม 2549

ประวัติศาสตร์ 50 ปี วิดีโอเกมต่อสังคมอเมริกัน ภาค 2


1981-Ms.Pac-Man
เ ป็นเวอร์ชั่นต่อเนื่องขอ ง Pac-Man อันแรก มีการพัฒนากราฟิกและความเร็วในเกมมากขึ้น โดย Ms.Pac-Man ซึ่งเป็นเพศหญิง และกลายมาเป็นตัวละครเกมเพศหญิงในเกมตัวแรกของโลก โดยได้รับความนิยมมากกว่าเวอร์ชั่นแรกมาก

1981-Donkey Kong
เป็นค รั้งแรกที่ชาวอเมริกันได้ยินชื่อบริษัท "Nintendo" จากญี่ปุ่น โดยเป็นเกมที่ต้องมีโจทย์ที่คิงคองจะต้องไปทำให้สำเร็จโดยจะมีบันไดให้ไต่ และการใช้เครื่องมือต่างๆ ได้รับความนิยมอย่างมาก นอกจากนี้ตัวละครในเกมที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ ๕๐ ปีของวงการที่ชื่อว่า "มาริโอ" ก็ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในเกมนี้ โดยชื่อในเกมนี้คือจัมพ์แมน

1982-Pitfall
นักออกแบบเ กมมือดีของ Atari ได้ตัดสินใจลาออกและตั้งบริษัท Activision ขึ้น โดยสร้างโปรแกรมเกมที่มีฐานข้อมูลแบบใหม่ ซึ่งเป็นการวางรากฐานที่ได้รับการพัฒนามาเป็น Mario

1982-Microsoft Flight Simulator
บ ริษัทคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จกับระบบปฏิบัติการ Windows นี้ได้พยายามบุกตลาดวิดีโอเกมมาโดยตลอด แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรจนกระทั่งมาถึงเกมนี้ โดยเกมที่เป็นเกมฝึกบินนี้ได้รับความนิยมสูงสุด "อย่างบ้าคลั่ง" จากคำของนักวิเคราะห์เกม เป็นครั้งแรกที่คนสามารถขับเครื่องบินได้ทั้งๆ ที่เมาเหล้า

1982-Q*Bert
ก่อนหน้านี้ เกมเป็นสิ่งที่แบนติดจอทีวี มีเพียงสองมิติเท่านั้น เกม Q*Bert เป็นเกมแรกที่มีการให้แสงเงาเกิดมีความเป็นสามมิติขึ้นมาเป็นครั้งแรก เกิดความเป็นพื้นที่โล่งหรือ space ในจอ

1982-Tron
เกมแรกที่สร้า งจากเนื้อหาภาพยนตร์ โดย Tron เป็นภาพยนตร์ sci-fi ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนั้น โดยเป็นการเขียนสัญญาธุรกิจอย่างเป็นระบบระหว่างบริษัทภาพยนตร์กับบริษัทเกม และเป็นอีกครั้งที่ธุรกิจเกมขยายไปเชื่อมกับธุรกิจอื่น

1983-One-on-One
เ นื้อหาของเกมเกี่ยวกับกีฬาบาสเกตบอล เป็นครั้งแรกที่ตัวละครในเกมได้รับการสร้างลักษณะของทรงผม สีผิว และหน้าตาให้มีความแตกต่าง โดยในกรณีนี้คือหน้าตาของนักกีฬาบาสเกตบอลอาชีพที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น

1985-Gauntlet
เ ปิดศักราชการเล่นเกมที่มีผู้เล่นมากกว่า ๒ คนได้ โดยเป็นเกมวางแผนการรบระหว่าง ๔ ฝ่าย หยุดเล่น เซฟเกมได้อย่างที่ต้องการ ทำให้เกิดการเล่นระยะยาวได้อย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องราวเป็นครั้งแรก

1985-Little Compute People
ต ้นกำเนิด platform ของเกม "Sims" ที่มีเรื่องราวดำเนินไปได้อย่างอิสระ โดยเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครและกลุ่ม โดยดิสก์แต่ละแผ่นจะมีตัวละครที่สามารถ load เข้าไปในเครื่องได้ กลายเป็นสังคมๆ หนึ่งหรือเมืองๆ หนึ่งที่ผู้เล่นเป็นคนสร้างขึ้น

1985-Super Mario Bros
เ กมผจญภัยของพ่อหนุ่มพุงพลุ้ยหนวดเฟิ้มที่ชอบกินเห็ด โดยต้องไปต่อกรกับมังกรยักษ์เพื่อช่วยเจ้าหญิง เป็นพล็อตเรื่องที่คนออกแบบเกมนำมาใช้จนทุกวันนี้

ยอดขายทั้งหมด ๔๐ ล้านก๊อบปี้ ซึ่งเป็นยอดขายสูงสุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ของวิดีโอเกม "มาริโอ" ยังคงปรากฏตัวในเกมรุ่นใหม่ๆ จนถึงทุกวันนี้ ซึ่งสำหรับในเมืองไทย คนที่เป็นพ่อแม่ลูกอ่อนหลายๆ คนในปัจจุบันนี้ ตอนเด็กอาจจะเป็นผู้หนึ่งที่ติดเกมนี้ชนิดหัวปักหัวปำ ถึงขนาดรบเร้าให้ผู้ปกครองซื้อเครื่อง Famicom ให้ก็เพื่อที่จะเล่นเกมนี้

1985-Tetris
ใ นขณะที่คนอเมริกันเชื่ออีกครั้ง (จากที่เชื่อมาแล้วหลายๆ ครั้ง) ว่าฝ่ายคอมมิวนิสต์กำลังจะวางแผนทำลายสหรัฐอเมริกาให้ราบเป็นหน้ากลอง นักคณิตศาสตร์ชาวรัสเซีย Alexey Pajitnov ก็ได้คิดค้นเกมที่ "มีคนติดมากที่สุดในโลก" ขึ้นมา ตามสถิติของสหรัฐอเมริกา โดยทำให้วงการเกมของสหรัฐอเมริกาแทบราบเป็นหน้ากลองจริงๆ กับเกมประลองเชาวน์ที่ต้องใช้ทั้ง logic และความเร็วของเกมนี้

1989-John Madden Football
ก ับเกมที่มีเนื้อหากีฬาอเมริกันฟุตบอลอีกครั้ง โดยเป็นครั้งแรกที่มีการนำคนที่มีตัวตนจริงๆ ซึ่งได้แก่นาย John Madden โฆษกอเมริกันฟุตบอลชื่อดัง เข้าไปเป็นตัวละครในเกม เป็นครั้งแรกที่มีการเซ็นสัญญาระหว่างบริษัทเกมและบุคคลที่มีชื่อเสียงเพื่อ นำเสียงและลักษณะท่าทางของเขามาใช้ในเกมซึ่งจะมีอย่างแพร่หลายต่อมาในยุค หลังๆ โดยเกมนี้มีเสียงบรรยายและการเคลื่อนที่ของผู้เล่นเริ่มเหมือนจริง และมีการวางแผนอย่างเป็นระบบมาก โดย John Madden Football นี้ยังคงมีการออกมาทุกปีอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

1992-Mortal Combat
ถ ึงแม้ว่าจะไม่ใช่เกมๆ แรกที่มีลักษณะของการฟาดฟันกันในลักษณะของการต่อสู้ระหว่าง ๒ ฝ่ายบนจอ แต่เป็นเกมแรกที่การต่อสู้มีการฉีกร่างคู่ต่อสู้เป็นชิ้นๆ อย่างเหี้ยมโหด เรียกได้ว่าเลือดท่วมจอจริงๆ โดยที่เมื่อพ่อแม่ของเด็กๆ เกิดอาการกังวลเป็นอย่างมาก จนเป็นสาเหตุให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ในสังคมอเมริกันอีกครั้ง ได้แก่การให้ "เรตติ้ง" กับเกม ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงมากกับภาพยนตร์ โดยแบ่งออกเป็นอายุของผู้เล่น โดยปัจจุบันแบ่งเป็นหลักๆ ได้แก่ E (Everyone) สำหรับทุกๆ คน, E 10 สำหรับเด็กอายุเกิน ๑๐ ขวบ, T (Teen) สำหรับเด็กอายุเกิน ๑๓ ปี, M (Mature) สำหรับบุคคลอายุเกิน ๑๗ ปี

1993-Doom
เ กมยิงและฆ่าปิศาจในระบบสามมิติบนคอมพิวเตอร์ ที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษมาก นอกจากว่าเป็นเกมแรกของโลกที่มีระบบเน็ตเวิร์กเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เกิดโลกของเกมออนไลน์ขึ้น (ปัญหาของเด็กไทยที่พ่อแม่เป็นห่วง) คนเล่นแข่งกันได้จากทุกๆ แห่งในโลก

1996-Tomb Raider
เป็นยุคที่ม ีเกมมากมายในตลาดและมีเครื่องหลายๆ แบบออกมา เกิดการแข่งขันกันอย่างมหาศาล แต่สำหรับในแง่ของเกมๆ นี้ กราฟิกที่มีการคิดค้นออกมา และการเคลื่อนที่ของนางสาว Lara Croft นับว่าก้าวหน้ามากที่สุดในยุคนั้น และกลายมาเป็น platform ของเกมผจญภัยและต่อสู้ในสามมิติอื่นๆ ที่ตามมา

1997-Golden Eye 007
อ ีกเกมที่สร้างจากภาพยนตร์ แต่เป็นครั้งแรกที่เกมประเภท First Person Shoot เช่นเดียวกับ Doom นั้น ข้ามจากโลกของ PC เข้ามาอยู่ใน Nintendo 64 ซึ่งเป็นเครื่องเล่นอีกประเภทที่ต่อเข้าจอทีวี

1999-Everquest
เก มออนไลน์ที่มีเนื้อหาผจญภัยเกมแรกที่มีคนเข้าร่วมเล่นได้เป็นเรื่องเป็นราว โดยท้องเรื่องนั้นคล้ายๆ กับ Lord of the Rings ต่อเนื่องกันยาวนานได้เป็นปีๆ เรียกได้ว่าไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว เล่นเกมเป็นชีวิตไปเลย โดย ณ จุดสูงสุดของความนิยมนั้น มีคนเล่นอยู่ถึง ๕๐๐,๐๐๐ คน ทั่วโลก เป็นเด็กเล็กๆ ทั้งสิ้น

2001-Black & White
เ ป็นเกมที่มีเรื่องราวอยู่บนเกาะๆ หนึ่งที่มีชาวบ้านอาศัยอยู่ ซึ่งฟังดูก็น่าจะมีเนื้อหาธรรมดาเรียบๆ แต่สร้างเสียงโจษจันกันมากในหมู่คนอเมริกันเกี่ยวกับเนื้อหาของเกม เพราะผู้เล่นเกมนั้นต้องทำหน้าที่เป็นนายเหนือหัวที่ต้องคุ้มครองและดูแลผู้ คนเหล่านี้ ซึ่งนายเหนือหัวในที่นี้ไม่ใช้กษัตริย์ แต่เป็น "พระเจ้า"

2003-Grand Theft Auto III
เ กมที่ทำให้วงการเกมต้องปั่นป่วนอีกครั้งกับยอดขายถล่มทลาย และโครงสร้างของเกมที่เป็นการรวมเอา Action, Strategy, เรื่องราว การขับรถ การยิงปืน ไว้ด้วยกันได้ในเกมเดียว และแน่นอนว่าต้องทำให้ผู้ปกครองทั้งหลายปวดหัวอีกครั้งกับเนื้อหาเกมที่แสนจ ะรุนแรง

บทความจาก
ศิลปะวัฒนธรรม

MrsJan
10 พ.ค. 49

05 พฤษภาคม 2549

ประวัติศาสตร์ 50 ปี วิดีโอเกมต่อสังคมอเมริกัน ภาค 1

1958-Tennis for Two
ก ระทรวงพลังงานของสหรัฐอเมริกาได้แถลงข่าวเกี่ยวกับการสร้างเกมบนคอมพิวเตอร์ ได้เป็นครั้งแรก โดยเป็นเกมเทนนิส จุดประสงค์ก็เพื่อเป็นการแสดงให้โลกคอมมิวนิสต์เห็นแสนยานุภาพของเทคโนโลยี ของสหรัฐอเมริกาว่า "ข้าสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเท่ารถสิบล้อขึ้นมานี่ก็เพื่อเอามาเล่นเกม สนุกๆ เท่านั้นเอง" แต่รู้สึกว่าโลกคอมมิวนิสต์ไม่ได้บ้าจี้ไปแข่งเรื่องเล็กๆ ตรงนี้ด้วย เพราะก่อนหน้านั้นเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๕๗ ได้ส่ง "สปุตนิก" ดาวเทียมดวงแรกของโลกไปโคจรรอบโลกแล้ว

1972-Pong
เมื่อคอมพิวเตอร ์กลายสภาพจากสิ่งที่เป็นของแพงสุดๆ ที่รัฐบาลหรือบริษัทใหญ่เท่านั้นที่จะมีได้ มาเป็นของที่เริ่มถูกลงพอให้ห้างร้านเล็กๆ เริ่มซื้อได้ วัฒนธรรมของ Arcade Game หรือตู้เกมก็เกิดขึ้นเข้ามาแทนที่เกมอย่าง pin ball หรือเกมฟุตบอลที่ใช้ไม้หมุนๆ โดยเกม Pong ซึ่งเป็นเกมเล่นปิงปองนั่นเอง เป็นเกมแรกที่เปิดศักราชวิดีโอเกมให้เข้าสู่สายตาของสาธารณชน

1974-Gran Trak 01
ใ นขณะที่ประธานาธิบดี Richard Nixon กำลังแพ้ภัยตัวเองจากคดีการติดเครื่องดักฟังสำนักงานพรรคฝ่ายค้าน หรือที่รู้จักกันในนามคดี Water Gate จนต้องออกจากตำแหน่งในที่สุดนั้น บริษัท Atari (บริษัทของคนอเมริกัน ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. ๑๙๗๒) พัฒนาโปรแกรมเกมแข่งรถขึ้นมาได้เป็นครั้งแรก โดยที่เวอร์ชั่นแรกนี้ รถเป็นเพียงจุดเล็กๆ เท่านั้น และไม่ได้แข่งกับใครเลยนอกจากจับเวลากับตัวเอง

1975-Gun Fight
เก มแรกที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับปืนและการดวลปืน เป็นเรื่องราวของตะวันตก เป็นเกมแรกของตู้เกมในสหรัฐอเมริกาที่นำเข้าจากญี่ปุ่น โดยในยุคต่อมาญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่เข้าควบคุมตลาดเกมทั้งโลก

1976-Breakout
ใ ครที่เป็นเจ้าของเครื่องเล่น MP3 ที่เรียกว่า iPod ของบริษัท Apple อาจจะทราบว่ามีเกมที่เรียกว่า Brick อยู่ ซึ่งเป็นเกมเดียวกับ Breakout เมื่อครั้งกระโน้น โดยที่คนออกแบบนั้นเป็นคนที่ทำงานกับ Atari ที่เป็นเจ้าของเกมนี้มาก่อน แล้วจึงลาออกมาร่วมก่อตั้งบริษัท Apple Computer

1976-Death Race
แนวการเล่นของเกมคือการขับ รถทับคนเดินถนน ซึ่งก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม เกี่ยวกับความรุนแรงของเนื้อหาเกม และเป็นจุดกำเนิดของแนวทางการว่าความของทนายความในคดีขับรถชนคนของเด็กวัย รุ่นที่เล่นเกมนี้ ว่า "เป็นความผิดของวิดีโอเกมที่ทำให้ผมขับแบบนั้น ไม่ใช่ความผิดของผม"

1978-Space Invaders
เป็นเกมแรก เกี่ยวกับสงครามอวกาศที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง เป็นครั้งแรกที่มีการนับคะแนนอย่างเป็นระบบในเกม โดยมีเด็กกลุ่มหนึ่งในรัฐเทกซัสที่ติดเกมมาก และรวมตัวกันหยุดเรียนอย่างถาวรเพื่อจะเล่นเกม จนเป็นเหตุให้ทางราชการสั่งยกเลิกและห้ามนำเข้าตู้เกมชนิดนี้เข้ามาในรัฐ

1978-Atari Football
เ ป็นเกมกีฬาซับซ้อนเกมแรก โดยมีเนื้อหาเป็นของอเมริกันฟุตบอล แม้ว่าผู้เล่นจะเป็นเพียงเครื่องหมายวงกลมและกากบาทเท่านั้น โดยเป็นเกมแรกที่จอสามารถเลื่อนมุมมองได้อีกด้วย เป็นข้อพิสูจน์ว่าเด็กตัวเล็กๆ ที่ไม่แข็งแรงก็สามารถเก่งอเมริกันฟุตบอลได้

1979-Asteroids
เ กมเกี่ยวกับสงครามอวกาศ เป็นเกมแรกที่มีการเดินทางไปด้านข้างจากขวาไปซ้ายที่จะเป็นรูปแบบการพัฒนา ของเกมเนื้อหานี้ต่อไปในอนาคต (จนถึง "Gradius" อันลือลั่น) โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เป็นเกมแรกที่อนุญาตให้ผู้เล่นใส่ชื่อย่อ ๓ ตัวเข้าไปหลังคะแนนสูงสุดที่ทำได้ ซึ่งก่อให้เกิดการแข่งขันกันในวงกว้างระหว่างผู้เล่นต่อผู้เล่นในระยะยาว เป็นครั้งแรก เกิดเป็นสังคมที่มีการแข่งขันเกมกันขึ้นมา

1979-Galaxian
เป็นเกมสงครามอวกาศที่ใช้แนวทางการจัดแบบเดิมคือแนวตั้ง ที่ล้าหลังกว่า Asteroids แต่ว่าเป็นครั้งแรกที่มีการใส่ "สี" ให้กับจอตู้เกม

1979-Adventure
เ ป็นเกมแรกที่มีการ "ซ่อน" เนื้อหาย่อยในเกม ซึ่งเป็นสีสันที่สำคัญมากของเกมยุคปัจจุบัน ให้ต้องมีการขบคิดถอดรหัสเพื่อที่จะค้นหา แต่รางวัลก็ไม่ได้มีอะไรมาก สิ่งที่เจอคือชื่อของคนเขียนเกมแค่นั้น (คนเล่นอยากจะด่าคนออกแบบเกมมาก)

1980-Pac-Man
น ักกินมหัศจรรย์ที่ต้องหลบผีตาโตในจอ ที่ทำให้คนทั่วไปทั้งโลกทั้งที่เล่นและไม่เล่นได้รู้จักกับวิดีโอเกม (เข้าสู่ Pop Culture) โดยเป็นตัวละครในเกมตัวแรกที่มีบริษัทการตลาดใช้ไปทำสินค้าเด็ก เช่น กล่องอาหารกลางวัน ของเล่น ฯลฯ เป็นครั้งแรกที่ธุรกิจเกมมีการเชื่อมต่อกับธุรกิจด้านอื่น

1980-Major League Baseball
เ นื้อหาเป็นเกมเบสบอล และเป็นครั้งแรกที่มีการนำโฆษณาจากภายนอกเข้ามาในเกม และเกิดเป็นรายได้ด้านใหม่ของบริษัทผลิตเกม โดยเป็นโฆษณาของสหพันธ์เบสบอลของสหรัฐอเมริกาเอง นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่มีการออกเกมประเภทเดียวกันของ ๒ บริษัทผลิตเกมเพื่อแข่งขันกันแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน โดย Major League Baseball ของบริษัท Intelivision ชนะ Home Run Baseball ของ Atari แบบขาดลอย

บทความจาก
ศิลปะวัฒนธรรม

MrsJan
5 พ.ค. 49

02 พฤษภาคม 2549

ที่เค้าเรียกว่าสันดาน

"เราพร้อมสนองพระราชดำรัส และถ้าผลการตัดสินของศาลเป็นอย่างไรเราก็ต้องยอมรับ เราอยู่ในกติกา" คำพูดใครไม่ต้องไปใส่ใจเพราะวันนี้มันพูดเหมือนกันหมด แต่เราลองมาดูการกระทำกัน

ขณะนี้ลูกพรรคไทยรักไทยหรือเหล่าบรรดาว่าที่ ส.ส. 485 คน เตรียมยื่นฟ้องและถอดถอนศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าหากว่าศาลตัดสินให้ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็น "โมฆะ" เพราะตอนนี้เริ่มมีแนวโน้มจะเป็นอย่างนั้น

ในขณะเดียวกันแกนนำพรรคกล่าวว่า วันนี้เราต้องไม่ไปกดดันศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมเตือนฝ่ายตรงกันข้ามไม่ให้เข้าไปกดดันศาลกรณีการเลือกตั้งให้เป็นโมฆะ แต่กรณีสำหรับลูกพรรคไทยรักไทยที่เตรียมยื่นฟ้องนั้น ทำไปในนามบุคคลไม่เกี่ยวกับพรรค เป็นอิสระ พรรคควบคุมไม่ได้

หึหึหึ เริ่มขำแล้วสิ

คำถาม
1. ไหนบอกว่ายอมรับผลการตัดสินวะ
2. ไหนบอกว่าพร้อมสนองพระราชดำรัส (ที่ต้องการให้ 3 ศาลร่วมหาทางแก้)
3. อะไรที่ไม่ถูกใจพรรค ก็ต้องเดินตามมติพรรคอย่างเคร่งครัด เรื่องที่มีผลดีต่อพรรค กลายเป็นพรรคแสนประเสริฐ ลูกพรรคสามารถทำได้เป็นอิสระ ตกลงเอาไงแน่

คำถามสุดท้าย เติบโตมาด้วยการรับประทานอาจมเป็นอาหารหรือเปล่าวะ ถึงได้เติบโตมากลายเป็นคนมีปมด้อยกันได้ขนาดนี้

จริงๆ ไม่ค่อยอยากเขียนเรื่องพรรค์นี้สักเท่าไรแล้ว แต่เดี๋ยวจะลืมกันไปคิดว่า หลังม็อบแล้วเรื่องมันจะสงบสุข เตรียมรอรับการชุมนุมระลอกใหม่กันให้ดี สัญญาณมาแล้วว่า มันจะกลับมาอีกครั้ง

MrsJan
2 พ.ค. 49

01 พฤษภาคม 2549

Bluetooth USB Dongle ภาค 2

ช่วงสัปดาห์นี้ไปซื้อ Sim แบบ เหมาจ่ายของ True มาต่อใช้งาน GPRS แบบ Unlimited รายเดือนเดือนละ 350 (เฉพาะค่าใช้ GPRS ค่าโทรต่างหาก) เลย Online มันตั้งแต่ตื่นจนหลับ เนื่องจากเก็บกดมานาน เวลาอยู่ที่ห้องไม่เคยได้ใช้ Internet เลย

เมื่อวานได้ทำการทดสอบ ต่อบน Linux แล้ว ได้ผลไม่ค่อยน่าพอใจ ใช้ Option persit ต่อท้ายคำสั่ง pppd ไปแล้ว เรื่องปัญหา 2 นาทีตัดหมดไป แต่กลายเป็นว่าคราวนี้ก็ตัดเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจะตัดตอนไหน 10 นาที บ้าง 5 นาทีบ้าง ไอ้ที่ตัดนั้นเป็นการขาดการติดต่อระหว่าง Bluetooth ไม่ใช่จาก GPRS

เคยได้ยินมาว่า มี Bluetooth อยู่ยี่ห้อนึงเค้าทำปลอมกันมาเยอะมากยี่ห้อ Billionton เค้าเรียกกันว่า USB Dongle จากจีนแดง ส่วนอันที่ใช้อยู่ก็เป็น USB Dongle จีนแดงเหมือนกันแต่ไม่ใช่ของทำเลียนแบบ Billionton เค้าว่ากันว่า Billionton ของปลอมมันตัดบ่อย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า เกี่ยวหรือเปล่า เพราะ ของผมที่ตัดบ่อยนั้นใช้กับ Linux แต่ที่ผม Online ได้ทั้งวันนั้น ใช้ Windows ในการต่อแทน ก็ไม่มีปัญหาใดๆ

สรุปผลการทดสอบบน Linux ก็เป็นอย่างที่ว่ามา คงไม่หาทางต่อแล้วมั้ง เพราะเมื่อวานนี้ก็มึนทั้งวันแล้ว และต่อไปก็คงไม่มีความจำเป็นต้องใช้ต่อ พอลงหลักปักฐานแล้วก็คงจะปิดเบอร์นี้ทิ้งไปเสีย เพราะ ค่าโทรมันก็แพงกว่าแบบเติมเงินซะด้วย

MrsJan
1 พ.ค. 49

28 เมษายน 2549

สื่อบันเทิงจากต่างชาติ ครอบงำเรา!?

ด้ไปอ่านเนื้อหาน่าสนใจประกอบกับที่เคยอ่านเดิมเกี่ยวกับ กรณีศึกษา "ละครไทยเปลี่ยนเสียงไต" ไตที่ว่านี่คือชาวไตหรือไทยใหญ่ครับ คงรู้กันอยู่แล้วว่าแถบประเทศเพื่อนบ้านเราเนี่ย มักจะนิยมละครไทยเรามากอยู่พอสมควร ทีนี้พอเค้าเอาไปพากษ์เป็นภาษาไต พวกชื่อตัวละครอะไรก็เปลี่ยนเป็น ภาษาไต หมด เช่น กบ สุวนันท์ ชื่อไทยใหญ่ เป็น "เขียวยุ้ม", คัทลียา เป็น "คำหลาว", วิลลี่ เป็น "ขุนฟ้าโหลง" และแน่นอนข่าวคราวความเคลื่อนไหวของดาราไทยก็ได้รับความสนใจและติดตามจากชาว ไทยใหญ่ด้วยเช่นกัน อย่างเค้าว่า ข่าวท้องก่อนแต่งของ "คำหลาว" ได้สร้างความผิดหวังให้กับชาวไตเป็นอันมาก

ทีนี้ประเด็น คือ เรื่องของการเสพละครไทยของชาวไตนั้นได้มีผลต่อความคิดและอุดมคติของชาวไตเป็นอย่างมาก เราคงมองเห็นกันว่า ละครไทย ลักษณะก็อย่างที่พวกดูละครนั่งดูไปก็บ่นไปว่า "นี่ วันๆ มันไม่ทำมาหากินอะไรกันบ้างหรืออย่างไร" หรือ ภาพที่บ่งบอกถึงความหรูหราทันสมัย บริโภคความเดิร์นของยุคสมัยกันสุดเหวี่ยง ฉากบ้าน สวย งดงาม จนทำให้เกิด มโนภาพ จินตนาการ ออกไปว่า เมืองไทยนี่มันช่างศิวิไลศ์เพียงนี้ ถ้าได้ไปอยู่คงจะสุขสบายกว่าที่เป็นอยู่

ในปัจจุบันมีชาวไตอพยพมาอยู่ในเมืองไทยกันเป็นจำนวนมากจากปัญหาการว่างงานแล ะอื่นๆ ซึ่งจากทางผู้ทำวิจัยเองเชื่อว่า ส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ แม้จะไม่ใช่ทั้งหมด คือ การเสพละครไทยกันในลักษณะนี้นั่นเอง โดยที่เมื่อได้มาจริงๆ แล้ว พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะเจอความจริงที่สภาพต้องทำงานหนักตลอดเวลา สภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ที่เลวร้าย พักอยู่ในห้องแคบๆ ซึ่งมันก็ไอ้สภาพอย่างที่เราๆ เห็นกันอยู่ ในกรุงเทพฯ อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั่นแหละ (หรือว่าไม่เห็น)

คงไม่ปฏิเสธเหมือนกันว่าเวลาเราดูหนังละครของชาติอื่นก็อาจจะจินตนาการเลยเถิดไปถึงไหนต่อไหนได้เหมือนกัน เหมือนกับกระแสการคลั่งไคล้หนุ่มเกาหลีของผู้หญิงญี่ปุ่นที่เสพผ่าน Winter Love Song แต่อย่างไรก็ตามผมมองว่าการเกิดกระแสการคลั่งไคล้เพราะต้องการตามหาอุดมคติแบบที่เห็นในหนังนั้น อีกด้านก็เป็นเพราะความที่ของที่มันมีอยู่และที่ตัวเองเป็นอยู่มันไม่น่าพึงพอใจสักเท่าไรด้วยนั่นหล่ะ

อีกเรื่องเคยอ่านเจอมานานแล้ว เกี่ยวกับความฝันของหญิงสาวชาวญี่ปุ่น ผู้เสพสัญลักษณ์ของฝรั่งเศส ผ่าน Louis Vuitton และความเป็นเมืองแฟชั่น โดยใฝ่ฝันว่าถ้าได้ไปอยู่คงจะได้เห็นของจริงเหมือนที่ได้จินตนาการเอาไว้ แต่ถึงเวลาเมื่อได้ไปอยู่จริง ไปเจอกับสภาพที่เป็นจริงทำให้รู้สึกผิดหวัง พวกแหล่งเสื่อมโทรมที่เธอเคยเห็นเป็นอย่างไรก็อย่างนั้น มันไม่ได้เลิศเลออะไรอย่างที่เธอเคยคิดเลย

ที่ว่ากันว่าทุกวันนี้โดน สื่อจากต่างชาติเข้ามาครอบงำเรานั้น มันก็มีลำดับความปัญญาอ่อนที่ครอบงำต่อๆ กันไปตามระดับการพัฒนาวัตถุของแต่ละประเทศนั่นแล

ข้อมูลบทความจาก
ThaiNGO.org
รูปภาพจาก
Ch7

MrsJan
28 เม.ย. 49

25 เมษายน 2549

ออกจากโรงพยาบาล

นอนไม่ค่อยหลับเลยทั้งคืน ดูเหมือนว่าพยาบาลจะเข้ามาตรวจทุกๆ 2 ชม. ก็มันไม่ใช่โรงแรมนี่หว่า (ถึงจะคล้ายก็เถอะ) หลังจากผ่านการปรนนิบัติอย่างดี มา 1 วัน 1 คืน ก็ได้เวลาเช็คบิลกันแล้ว ผมลองใช้ประกันสุขภาพของเมืองไทยประกันชีวิต ตามคาดคือ เบิกไม่ได้ (55 กูว่าแล้ว) เพราะเป็น Case เดียวกับการคลอดบุตรไม่สามารถเบิกได้ ประกันสังคมก็ทำไปได้แค่เดือนเดียว สรุปงานนี้ คือต้องควักเอง นั่งร่ายบิลค่ารักษาพยาบาล ถึงได้เห็นว่า มันคิดทุกก้าว ตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกจากบ้านแล้ว

ที่หงุดหงิดนิดหน่อย คือ ค่ารถพยาบาลระยะทาง 1 กม. 500 บาท, ค่าใบยื่นใบประกัน (แล้วเบิกไม่ได้) 110 บาท ค่าหมอเดินมาดูถามไถ่นิดๆ หน่อยๆ คราวละ 200-300-400-500 บาท รวมอื่นๆ อีกนิดๆ หน่อยๆ ไม่มาก ไม่มาย รวมหมดแล้ว แค่ 5,421 บาท (ถ้าไปกรุงเทพคงเหยียบหมื่นไปแล้วมั้ง เอิ๊ก)

ขอยืมคำพวก Marxist อีกสักครั้งว่า "นี่มันขูดรีดกันอีกแล้ว"

บทเรียนครั้งนี้ผมได้ข้อสรุปว่า ประกันสุขภาพของเอกชนจะมีข้อจำกัดในส่วนที่เราต้องการจะใช้เสมอ ไอ้ส่วนที่เราไม่ค่อยจะเกิดบ่อยๆ นั่นหละมันถึงจะจ่าย จริงๆ ผมก็ได้ยกเลิกประกันสุขภาพของตัวเองไปก่อนหน้านี้เรียบร้อยแล้ว เพราะ จะเอามาจ่ายประกันสังคมอย่างเดียว แต่ในส่วนที่เคยจ่ายของเอกชน ต่อไปผมจะเก็บเข้าบัญชีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง เก็บเองจ่ายเองดูจะคุ้มค่ากว่า แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ ผมจะไม่ยอมป่วยอย่างเด็ดขาด เพราะนั่นคือการประกันสุขภาพที่ดีและยั่งยืนที่สุด เป็นหนึ่งใน Project ที่ผมจะทำมันให้ได้

ณ. เวลานี้ผมอยากได้ หมอ กับ ทนายความมาร่วมขบวนการด้วยเหลือเกิน เพราะ 2 สิ่งนี้เป็นอาชีพที่มีความจำเป็นต่อปัญหาความยากจนและการถูกเอารัดเอาเปรียบ มากที่สุด และอีกหนึ่งอย่างที่ผมต้องการมาเป็นพวกด้วยคือ ตำรวจ แต่ที่โชคร้ายตอนนี้คือ ยังนึกไม่ออกเลยสักคน

MrsJan
25 เม.ย. 49

24 เมษายน 2549

กลบทุกข์ด้วยสื่อบันเทิง

วันนี้เราได้ดูโทรทัศน์ในรอบกี่เดือนก็ไม่รู้ แต่ทุกอย่างดูเหมือนไม่ได้ดูมานานมากแล้ว เห็นรายการคุยคุ้ยข่าวแล้วตกใจ เฮ้ยคุ้นๆ อ๋อใช่เลย ไม่ได้ดูโทรทัศน์มานานมากแล้วนี่เรา เรากลบความทุกข์ไปชั่วคราวด้วยโทรทัศน์ที่น่าตื่นตา ไม่ได้ดูมานานก็จริงแต่ข่าวบนจอก็ยังคงวุ่นวายอยู่เป็นปกติ ด้วยข่าวการเมือง แต่วันนี้ผมกลับให้ความสนใจกับรายการ VIP ที่เชิญเศรษฐีใหม่มาร่วมรายการ เค้าว่าเป็นเจ้าแม่รถทัวร์ ผู้พก How to แห่งความสำเร็จแบบเชยๆ อย่างว่า ตื่นก่อนตะวัน นอนหลังตะวัน เรื่องสำคัญคือขยัน อยากจะประสบความสำเร็จอย่างดิฉันต้องขยันค่ะ แต่เจ๊แกลืมบอกไปอย่างครับว่า ต้องกินแรงงานส่วนเกิน (ยืมคำพูดพวก Marxist) ให้มากๆ ด้วย ไม่งั้นจะรวยไม่ได้เด็ดขาด เหอ เหอ (อันนี้ยืม blog เพื่อนบ้านมา)

คนเค้าเรียกเธอคนนี้ว่า "เจ๊เกียว เชิดชัย" เจ๊เกียวคนเดียวกันที่บอกว่าจะหยุดเดินรถถ้าไม่ให้ขึ้นราคาค่าโดยสารนั่นหละ ครับ เจ๊แกบอกว่าธุรกิจของเค้านั้นหลักพันล้าน เป็นคำถามที่พิธีกรคะยั้นคะยอเอาจนได้ เพราะเจ๊แกขอไม่ตอบ ตอนนี้ค่าน้ำมันที่ขึ้นไม่หยุด ทำให้ธุรกิจพันล้านของเจ๊เกียวจะอยู่ไม่ได้เพราะกำไรมันลดลง ผมออกจะเห็นใจพวกคนเหล่านี้ที่ปากชอบบอกว่าไม่ยึดติด แต่การกระทำมันไม่ออกมาอย่างนั้น

จากภาพในทีวี ทั้งพิธีกร ทั้งแขกรับเชิญ รับลูกยอ ลูกสรรเสริญกันไม่หวาดไม่ไหว เจ๊เกียวผู้สมถะ ใจบุญ เก่งกาจ อาจสามารถ แล้ว Step ต่อไปของพวกนี้คือ เจียดเงิน ทำมูลนิธิ อันที่จริงคุ้นๆ ว่า นี่มักจะเป็น Step ของความเข้าใจของคนรอบข้างจริงๆ หนอ มีเพื่อน มีแม่ มีญาติ แนะนำและเข้าใจได้เป็นเสียงเดียวกันว่า ขุนตัวเองให้รวยก่อนแล้วค่อยเอาเงินไปทำมูลนิธิ ผมคิดในใจว่า "ถ้าขืนกูมารอให้รวยก่อนก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว เพราะกูมันขี้เกียจหาเงิน !!" เดี๋ยวจะไม่เข้า Concept ใช้เงินให้น้อยแต่เพิ่มประสิทธิภาพให้มาก กันพอดี

MrsJan
24 เม.ย. 49

ฉุกเฉิน

หลังจากวันนั้นได้รับโทรศัพท์จากทางบ้านตลอดทั้งวัน และคำแนะนำจากญาติ ทางฝ่ายของผมเห็นควรให้ขูดมดลูกโดยเร็วที่สุด ไม่อยากให้ออกมาเองตามธรรมชาติ เพราะทั้งแม่และน้าเคยประสบมาแล้วว่า ถ้าอ่อนแอจะอาการหนักน่าเป็นห่วง ส่วนอีกฝ่ายแนะนำว่าถ้าออกมาเองได้จะดีกว่า เพราะการขูดมดลูกอาจจะทำให้ระคายเคืองต่อมดลูกได้

ทางบ้านเป็นห่วงมากอยากให้กลับไปได้รับการดูแลที่บ้านเสนอกันไปเสนอกันมา สรุปได้ว่าไปรักษาตัวที่กรุงเทพ ทางญาติๆ จะได้มาดูแลได้ จึงได้ตัดสินใจจองเครื่องบินไปกรุงเทพในคืนวันจันทร์

วันนี้ภรรยามีอาการปวดท้องถี่ขึ้นๆ ขณะกลับมาเก็บของ อาการเริ่มแย่ลง ปวดท้องมากขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องเรียกรถพยาบาลมารับตัวเนื่องจากว่า ไม่สามารถเดินทางไปเองได้แล้ว พอไปถึงทางหมอบอกให้รีบขูดมดลูกฉุกเฉินเพราะถ้าให้ออกมาเอง อาจจะทนไม่ไหว แน่นอนผมต้องตกลงตามนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในการตัดสินใจของหมอแล้ว

หลังจากรักษาแล้วอาจต้องพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล 1 คืน เราต้องยกเลิกเที่ยวบินนี้ ด้วยเหตุสุดวิสัย ทางสายการบินให้ผมส่งใบรับรองแพทย์ไปโดยเร็วที่สุด เค้าบอกจะทำการยกเลิกเที่ยวบินและ Refund ให้ครบจำนวน ภายใน 14 วันซึ่งผมจะต้องติดตามต่อไป นับได้ว่าเป็นบริการที่ประทับใจมาก สายการบินที่ว่าคือ สายการบิน Air Asia

MrsJan
24 เม.ย. 49

22 เมษายน 2549

ความสุขที่หายไปในพริบตา

วันนี้ น่าเป็นวันที่มีความสุขอีกนึงวันที่จะได้เห็นการเจริญเติบโตของ "นำทาง" (ชื่อลูกของผมที่ค่อนข้างจะเป็นทางการ) เป็นการไปตรวจครรภ์ตามหมอนัดครั้งที่ 2 เป็นการตั้งครรภ์ได้ 2 เดือนเศษๆ ตรวจเสร็จก็กลับมาบ้าน สักพักได้ยินเสียงร้องเรียกจากห้องน้ำ บ่งบอกถึงความผิดปรกติ เราจึงได้รีบเดินทางกลับไปหาหมออีกครั้ง หมอสั่งให้อุลตร้าซาวด์ด่วน ผมมองดูหน้าจอ อย่างตื่นเต้น สักพักได้ยินหมอพูดเบาๆ ว่า "ไม่เห็นตัวเด็ก"

หมอลอง Scan ดูต่อไป มองเห็นช่องสีดำๆ อย่างที่หมอบอกว่าตอนนี้ตัวเด็กจะมีขนาดประมาณ 2 ซม. แต่ที่เรามองลงไปตรงช่องนั้นมีแต่ความว่างเปล่า "เด็กหยุดการเจริญเติบโต" หมอพูดเบาๆ "ตอนนี้มีทางเลือกอยู่สองทาง คือ รอให้ออกมาเองหรือว่าจะขูดมดลูกตอนนี้เพื่อความสบายใจไม่ต้องกังวลกับผลที่ต ามมา" ณ.เวลานั้นผมเริ่มรู้สึกหายใจขัด ผมเหลือบไปมองเห็นภรรยาน้ำตาคลอเบ้า อยู่บนเตียงตรวจ

เรากลับบ้านไม่ได้พูดอะไรกันตลอดทาง เมื่อกลับมาถึงความเงียบก็ครอบงำเราอีกครั้ง ไม่นานนักจึงได้ระบายความในใจของทั้งคู่ออกมาด้วยน้ำตา

MrsJan
22 เม.ย. 49

20 เมษายน 2549

เรื่องหักมุมเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเพลง (Artist and Capitalism)

อ ุตสาหกรรมเพลงทุกวันนี้ได้สร้างผลกำไรมหาศาล ให้แก่ค่ายเพลงที่โครงโลกอยู่เวลานี้ มีค่ายยักใหญ่อยู่ไม่กี่ค่าย ที่เราเห็นและรู้อยู่ก็ Sony BMG (ที่ควบรวมกับ BMG เป็น Sony BMG), EMI, Universal, Warner จากข้อมูลอ้างว่าราว 3-4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คงเห็นกันนะครับว่าราคา CD เพลงสากลในระยะหนึ่งเคยเห็นอยู่ที่ 5 ร้อย แล้วก็ขยับขึ้นเรื่อยๆ แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าราคาอยู่เท่าไรกันแล้ว ใครทราบช่วย Update หน่อย อีกเรื่องคือผมไม่เชื่ออะไรที่ว่าการทำมาค้าขายมันต้องมีต้นทุน เพราะว่าถ้าอ้างต้นทุนแล้วมันต้นทุนอะไรกัน ที่มันทำให้ได้ผลกำไรที่น่ารังเกียจถึงเพียงนี้

ในขณะที่มีการฟ้องร้ องคดีความกันอยู่ระหว่าง RIAA (Recording Industry Association of America) กับ Napster (โปรแกรมแลกเปลี่ยน file mp3 แบบ P2P เจ้าแรกๆ) ซึ่งทางฝ่าย Napster ให้เหตุผลว่า การแลกเปลี่ยน file กันในลักษณะนี้ เป็นเสมือนกับการช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ทำให้ยอดขายเพลงของศิลปินเพิ่มขึ้น

ได้มีการตั้งข้อสังเกตกันว่าในระ หว่างนั้น อัลบั้ม Kid A ของ Radiohead คงไม่สามารถขึ้นอันดับ 1 Billboard ได้ ถ้าเพลงในอัลบั้มไม่หลุดออกมาให้โหลดใน Napster ก่อนอัลบั้มออกจริง 3 เดือน ซึ่งอัลบั้มก่อนหน้านี้ OK Computer ซึ่งดังมากๆ ในทั่วโลก ขึ้นได้เพียงอันดับ 21 ของ Billboard เท่านั้น และ ที่สำคัญ อัลบั้ม Kid A ที่ว่าไม่น่าจะขึ้นอับดับ 1 ได้ง่ายสักเท่าไร เพราะชุดนี้ทำออกมาเอาแต่ใจตัวเอง (ก็คือไม่เอาใจตลาดนั่นแหละ) และเป็นแนวทดลองเอามากๆ

เหตุบังเอิญว่าวง Offspring ต้องการจะทำแบบเดียวกันคือเอาเพลงในอัลบั้มมาให้ Download ฟรีๆ แต่โดนทาง Sony แบนข้อเสนอนี้

ท ำให้คิดกันต่อไปว่า พวกค่ายใหญ่อาจไม่กลัวการเผยแพร่ฟรีๆ แล้วจะไปทำให้ยอดขายลดลงอย่างที่ว่าก็เป็นได้ แต่เป็นเพราะว่ากลัวยอดขายตัวเองจะเพิ่มขึ้นแล้วอาจทำให้แพ้คดีความ แถมยังเป็นกรณีศึกษาให้เหล่าบรรดาศิลปินออกมาทำกันบ้างโดยไม่จำเป็นต้องแอบ อิงค่ายใหญ่ ในการเผยแพร่ผลงานของตนเสมอไป

ข้อมูลอ้างอิงจาก
นิตยสาร Question Mark ฉบับที่ 6

MrsJan
20 เม.ย. 49