อ ุตสาหกรรมเพลงทุกวันนี้ได้สร้างผลกำไรมหาศาล ให้แก่ค่ายเพลงที่โครงโลกอยู่เวลานี้ มีค่ายยักใหญ่อยู่ไม่กี่ค่าย ที่เราเห็นและรู้อยู่ก็ Sony BMG (ที่ควบรวมกับ BMG เป็น Sony BMG), EMI, Universal, Warner จากข้อมูลอ้างว่าราว 3-4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คงเห็นกันนะครับว่าราคา CD เพลงสากลในระยะหนึ่งเคยเห็นอยู่ที่ 5 ร้อย แล้วก็ขยับขึ้นเรื่อยๆ แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าราคาอยู่เท่าไรกันแล้ว ใครทราบช่วย Update หน่อย อีกเรื่องคือผมไม่เชื่ออะไรที่ว่าการทำมาค้าขายมันต้องมีต้นทุน เพราะว่าถ้าอ้างต้นทุนแล้วมันต้นทุนอะไรกัน ที่มันทำให้ได้ผลกำไรที่น่ารังเกียจถึงเพียงนี้ในขณะที่มีการฟ้องร้ องคดีความกันอยู่ระหว่าง RIAA (Recording Industry Association of America) กับ Napster (โปรแกรมแลกเปลี่ยน file mp3 แบบ P2P เจ้าแรกๆ) ซึ่งทางฝ่าย Napster ให้เหตุผลว่า การแลกเปลี่ยน file กันในลักษณะนี้ เป็นเสมือนกับการช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ทำให้ยอดขายเพลงของศิลปินเพิ่มขึ้น
ได้มีการตั้งข้อสังเกตกันว่าในระ หว่างนั้น อัลบั้ม Kid A ของ Radiohead คงไม่สามารถขึ้นอันดับ 1 Billboard ได้ ถ้าเพลงในอัลบั้มไม่หลุดออกมาให้โหลดใน Napster ก่อนอัลบั้มออกจริง 3 เดือน ซึ่งอัลบั้มก่อนหน้านี้ OK Computer ซึ่งดังมากๆ ในทั่วโลก ขึ้นได้เพียงอันดับ 21 ของ Billboard เท่านั้น และ ที่สำคัญ อัลบั้ม Kid A ที่ว่าไม่น่าจะขึ้นอับดับ 1 ได้ง่ายสักเท่าไร เพราะชุดนี้ทำออกมาเอาแต่ใจตัวเอง (ก็คือไม่เอาใจตลาดนั่นแหละ) และเป็นแนวทดลองเอามากๆ
เหตุบังเอิญว่าวง Offspring ต้องการจะทำแบบเดียวกันคือเอาเพลงในอัลบั้มมาให้ Download ฟรีๆ แต่โดนทาง Sony แบนข้อเสนอนี้
ท ำให้คิดกันต่อไปว่า พวกค่ายใหญ่อาจไม่กลัวการเผยแพร่ฟรีๆ แล้วจะไปทำให้ยอดขายลดลงอย่างที่ว่าก็เป็นได้ แต่เป็นเพราะว่ากลัวยอดขายตัวเองจะเพิ่มขึ้นแล้วอาจทำให้แพ้คดีความ แถมยังเป็นกรณีศึกษาให้เหล่าบรรดาศิลปินออกมาทำกันบ้างโดยไม่จำเป็นต้องแอบ อิงค่ายใหญ่ ในการเผยแพร่ผลงานของตนเสมอไป
ข้อมูลอ้างอิงจาก
นิตยสาร Question Mark ฉบับที่ 6
MrsJan
20 เม.ย. 49

1 ความคิดเห็น:
ว๋ายย... Radiohead อะไรไม่รู้จัก เชยจิง ยุคนี้มันต้องสาวกระโปรงเหี่ยน คริ ๆๆ
แสดงความคิดเห็น